ZIGA ราคาวิ่งไม่ต้องการขาเชียร์

การพุ่งขึ้นรุนแรงในช่วง 2 เดือนนับจากต้นเดือนมกราคมมาจากระดับแค่ใต้ 2.00 บาท มายืนเหนือ 7.25 บาทกลางสัปดาห์นี้ ทำให้หุ้นเหล็กกัลป์วาไนซ์ของ บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA รายนี้ กลายเป็นหุ้นสุดยอดแห่งไตรมาสนี้ของตลาดหุ้นไทยโดยปริยาย

พลวัตปี 2021 : วิษณุ โชลิตกุล

การพุ่งขึ้นรุนแรงในช่วง 2 เดือนนับจากต้นเดือนมกราคมมาจากระดับแค่ใต้ 2.00 บาท มายืนเหนือ 7.25 บาทกลางสัปดาห์นี้ ทำให้หุ้นเหล็กกัลป์วาไนซ์ของ บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA รายนี้ กลายเป็นหุ้นสุดยอดแห่งไตรมาสนี้ของตลาดหุ้นไทยโดยปริยาย

จะบอกว่าเป็นหุ้นปั่นก็ไม่ได้เสียทีเดียว เพราะมันเป็นเหตุผลเรื่องผลประกอบการรองรับที่สวยงาม แต่ราคาหุ้นที่ขึ้นอย่างน่ากลัวยามนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้ราคาหุ้นพุ่งแรงเสมือนกินไวอากร้าที่ละกำมือ ไม่กลัวหัวใจจะวาย

หุ้นบริษัทนี้ นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เป็นต้นมา ราคาเป็นขาลงยาวนานหลายปี แม้จะมีกำไรแต่ก็เบาบางมาก เหตุผลเพราะว่าแผนธุรกิจที่ตั้งเอาไว้ว่าจะทำร้านค้าสำเร็จรูปโครงเหล็กกัลป์วาไนซ์ของบริษัทไม่เวิร์กเท่าที่ควร ประกอบกับธุรกิจเหล็กอยู่ในช่วงขาลงด้วย

ราคาเคยหลุดไปใต้ 2.00 บาท ยาวนาน จนกลายเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์เมินตาม ๆ กัน

ปี 2563 ที่ธุรกิจทั้งหลายมีปัญหา แต่ ZIGA กลับได้รับอานิสงส์แรง จากการสร้างโรงงานใหม่รองรับดีมานด์ตลาดพอดียังผลให้การดำเนินงานกลับวิ่งสวนทางหุ้นตัวอื่น ๆ งบการเงินสวยงามมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่สาม แต่ราคาหุ้นยังตอบสนองไม่มากนัก

ล่าสุด ราคาหุ้นเริ่มขยับตัวนับแต่กลางเดือนมกราคมมา จนถึงพุ่งแรงในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทะลุทะลวงขานรับข่าวดีล่วงหน้า ทั้งที่ไม่มีเรียกแขกจากนักวิเคราะห์

ราคาหุ้นที่วิ่งแรงเกินกว่า 300% ในสองสัปดาห์ท้ายนี้ โยงกับการคาดเดาผลประกอบการโดยตรง เสมือนเล่นข่าววงในกันเลยทีเดียว

ผู้บริหารบริษัทที่พี่สาวนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ และน้องชายนั่งเป็นซีอีโอก็เงียบกริบ จนกระทั่งงบการเงินสุดสวยงวดสิ้นปี 2563 จึงออกมายืนยันความถูกต้องของข่าวลือว่าใกล้เคียงกันในฐานะที่ ZIGA เป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์กำไรปี 63 ทะยาน 233% อานิสงส์รายได้พุ่ง-ปริมาณผลิตเพิ่ม-คุมต้นทุนได้ดี

ร้ายกว่านั้น ไม่ใช่รายงานเฉย ๆ แต่ยังใจป้ำเสนอบอร์ด อนุมัติจ่ายปันผล 0.161 บาท/หุ้น หรือมากกว่า 81 ล้านบาท ตอบแทนผู้ถือหุ้นเสียอีก พร้อมแจกวอร์แรนต์ฟรีเป็นการสมนาคุณอีกด้วยในอัตรา 2.05 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วย มีอัตราค่าแปลงสิทธิ์จูงใจอย่างมากแค่ 1.00 บาทต่อหุ้น

งานนี้เล่นเอาขาลุยหน้ามืดไปตาม ๆ กัน ไล่ซื้อดะไปหมด เพราะนาน ๆ จะมีบอร์ดใจป้ำอย่างนี้ จ่ายปันผลทั้งที่เป็นเงินสดและวอร์แรนต์อีกในราคาแปลงสิทธ์ที่ทำกำไรได้ต่ออีก อย่างนี้ไม่ต้องพึ่งพานักวิเคราะห์หรอก

นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ZIGA) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 117.7 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 233.8% จากงวดเดียวกันปี 2562 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 35.3 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มี EBITDA ในปี 2563 และปี 2562 เป็นจำนวน 186.6 ล้านบาท และ 70.6 ล้านบาทตามลำดับ

ขณะที่บริษัทฯ มีรายได้รวมในปี 2563 อยู่ที่ 995.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2562 มีรายได้รวมเท่ากับ 760.2 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายปี 2563 เท่ากับ 972.9 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 28% จากปี 2562 มีรายได้จากการขายเท่ากับ 760.2 ล้านบาท

รายได้จากการขายที่เพิ่มไม่มาก แต่กำไรสุทธิกลับโดดเด่นเกินห้ามใจเกิดจาก ปัจจัยสนับสนุนที่บริษัทมีผลผลิตเหล็กเพิ่มขึ้น จากการเปิดโรงงานใหม่ ส่งผลทำให้ต้นทุนผลิตสินค้าต่อหน่วยลดลงทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2563 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20.6% จากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 9.9%

โดยเฉพาะการเร่งเพิ่มการผลิตในไตรมาสที่ 4/2563 บริษัทฯ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้พื้นที่คงคลัง ส่งผลให้มีการบริหารสัดส่วนของสินค้าในกลุ่มที่สามารถสร้างอัตรากำไรได้ดี โดยเฉพาะลูกค้าในตลาดซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน ทั้งในส่วนของ ลูกค้าออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งบริษัทวางแผนจะขยายในส่วนของสาขา outlet เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจในมาตรฐานสินค้าของแบรนด์ ZIGA และ DAIWA ทำให้ได้รับโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าแบรนด์ติดตลาดนั่นเอง

กำไรที่เพิ่มขึ้นจนอัตรากำไรสุทธิกลับมาสูงสุดในรอบ 4 ปี ทำให้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลอย่างใจป้ำ แม้จะมีกำไรสะสมเหลือไม่มากนัก โดยจ่ายปันผลทั้งในรูปเงินสด และถือโอกาสตีเหล็กยามร้อนด้วยการเพิ่มทุนเพื่อออกวอร์แรนต์ให้นักลงทุนปลอบใจเพิ่มเติม

การจ่ายปันผลในรูปเงินสด เป็นการจัดสรรจากเงินกำไรจากผลประกอบการปี 2563 จำนวนเกินกว่าครึ่ง ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.161 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,048,137.40 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 5 มีนาคม 2564 (Record Date) และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 เมษายน 2564

เท่านั้นยังถือว่าน้อยไปเพราะมีการจ่ายปันผลในรูปวอร์แรนต์ผ่านวิศวกรรมการเงินอีกโดยได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวนไม่เกิน 121,303,300 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 248,596,700 บาท (และลดทุนเดิมบางส่วน ด้วยวิธีการตัดหุ้นสามัญที่ซื้อคืนที่ไม่สามารถจำหน่ายหรือจำหน่ายหุ้นไม่ครบออกทั้งหมด) เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 369,900,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 242,606,600 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ (“ZIGA-W1”) อายุของวอร์แรนต์ 2 ปี

ทั้งนี้วอร์แรนต์ที่ออกจะมีการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ในอัตราส่วน 2.05 หุ้นสามัญเดิมต่อใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 1 หน่วย (ในกรณีที่มีเศษให้ปัดเศษทิ้ง) โดยไม่คิดมูลค่า โดยใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 1 หน่วยมีสิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนได้ 1 หุ้น ในราคาแปลงสิทธิ์ 1.00 บาท เท่านั้น

หุ้นที่ผู้บริหารซึ่งอีกด้านหนึ่งก็เป็นผู้หือหุ้นใหญ่ด้วย รู้ใจนักลงทุนได้ดีอย่างนี้ ไม่ต้องการนักวิเคราะห์ขาเชียร์ก็ได้