AI-AIE สองแม่ลูก! โชว์กำไรปี 63 โตกระฉูด แจกปันผลจุใจแด่ผู้ถือหุ้น

แกะงบฯ AI-AIE สองแม่ลูก! ปี 63 โชว์กำไรกระฉูด แจกปันผลจุใจแด่ผู้ถือหุ้น พร้อมฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นสองแม่ลูก AI-AIE แจ้งงบการเงินปี 2563 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรากฏว่า ทั้งสองสามารถทำกำไรสุทธิปี 2563 เติบโตกระฉูด เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562

โดยหุ้นแม่ บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AI รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6,683.95 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,050.96 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล (B100) น้ำมันพืช และผลผลิตพลอยเพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 749.46 ล้านบาท หรือ 0.268 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 295.40 ล้านบาท หรือ 0.106 บาทต่อหุ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อกำไรเติบโตแข็งแกร่งแล้ว สิ่งที่น่าสนใจตามมา คือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 31ธันวาคม 2563 อยู่ที่ 782.47 ล้านบาท เมื่อเทียบจาก ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 145.42 ล้านบาท

นอกจากนั้นเมื่อดูฐานะทางการเงินของ AI พบว่า ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่งมาก เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 2,159.57 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 450.66 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 4.79 เท่า แสดงว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมีมากพอสมควร ซึ่งก่อให้ทุนจมด้วยซ้ำ

ส่วนปัญหาหนี้สินของบริษัทก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 492.03 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 3,668.27 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.13 เท่า ถือว่าบริษัทปลอดหนี้ไม่ต้องกลัวว่าหนี้สินจะมารบกวน

ขณะเดียวกันบริษัทมีมติประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม โดยจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลวันที่ 4 มี.ค.2564 กำหนดวันจ่ายเงินปันผล 22 เม.ย.2564 และเมื่อนำอัตราส่วนปันผลมาเทียบด้วยราคาหุ้นปิด ณ วันที่ 18 ก.พ.64 ที่ 2.48 บาท จะเห็นได้ว่าอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ที่ 6%

ส่วนหุ้นลูก บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5,519.03 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,997.19 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทกลับมาพลิกมีกำไร 488.52 ล้านบาท หรือ 0.093 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 156.50 ล้านบาท หรือ 0.030 บาทต่อหุ้น

ผลกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนและการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในดีเซลจาก B7 เป็น B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานและบังคับใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา ส่งผลทำให้ในปี 2563 บริษัทฯ มีปริมาณขายไบโอดีเซลเกิน 120 ล้านลิตร

อีกทั้งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แล้วตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2563 ทั้งนี้บริษัท ฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงการผันผวนของราคาน้ำมันปาล์ม ดิบ โดยได้กำหนดนโยบาย โดยเน้นให้ความสำคัญในการบริหารจัดซื้อและจัดการวัตถุดิบ (น้ำมันปาล์มดิบ)และสินค้า (ไบโอดีเซล)โดยในปี 2563 บริษัทฯมีอัตรา การหมุนเวียนของสินค้าที่เร็วขึ้นและเก็บสต็อกไว้ระหว่าง  20-30 วัน อีกทั้งมีการควบคุมอัตราการสูญเสียจากการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนั้นเมื่อดูฐานะทางการเงินของ AIE พบว่า ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 988.17 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 372.29 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 2.65 เท่า แสดงว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมีมากพอสมควร

ส่วนปัญหาหนี้สินของบริษัทก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 385.86 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 2,171.81 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.18 เท่า ถือว่าบริษัทปลอดหนี้ไม่ต้องกลัวว่าหนี้สินจะมารบกวน

ขณะเดียวกันบริษัทมีมติประกาศจ่ายเงินปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2563 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 โดยจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลวันที่  9 เม.ย. 2564 กำหนดวันจ่ายเงินปันผล 30 เม.ย.2564 และเมื่อนำอัตราส่วนปันผลมาเทียบด้วยราคาหุ้นปิด ณ วันที่ 18 ก.พ.64 ที่ 1.05 บาท จะเห็นได้ว่าอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ที่ 4%