TPCH จ่อ COD รฟฟ.เพิ่ม 125 MW เดินหน้าคว้า PPA ต่อเนื่อง หนุนผลงานโตแกร่ง

TPCH จ่อ COD รฟฟ.เพิ่ม 125 MW เดินหน้าคว้า PPA ต่อเนื่อง หนุนผลงานโตแกร่ง

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานใน 2563 เป็นที่น่าพอใจ แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี และล่าสุด บริษัทฯ ได้จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 (TPCH 2) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบริษัทฯ ยังเตรียม COD โรงไฟฟ้า ภายในปีนี้เพิ่ม เพื่อให้มีกำลังการผลิตรวม 125 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2564

“ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2563 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563) มีรายได้รวม 1,777.37 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 250.95 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 9 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 99 เมกะวัตต์ ที่ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไปเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP , PTG ,TPCH 5 และ TPCH 1”

ด้าน นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ TPCH กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทครั้งที่ 1/2564 คณะกรรมการของบริษัทมีมติเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.198 บาท เป็นจำนวนเงิน 79.44 ล้านบาท เงินปันผลสำหรับปีดังกล่าวได้รวมเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.088 บาท เป็นจำนวนเงิน 35.31 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายแล้วเมื่อ วันที่ 3 กันยายน 2563 ดังนั้น จึงจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก ในอัตราหุ้นละ 0.110 บาท เป็นจำนวนเงิน 44.13 ล้านบาท โดยมีกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทในวันที่ 22  เมษายน 2564

โดยบริษัทฯยังคงเป้าหมายจะมีใบอนุญาตในการขายไฟฟ้า (PPA) ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ และโรงไฟฟ้าขยะ ให้ครบ 250 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะที่ 50 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 เพื่อช่วยสนับสนุนผลงานของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2563 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563) มีรายได้รวม 1,777.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135.35 ล้านบาท หรือ 8.2% เทียบปี 2562 มีรายได้รวม 1,642.02 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 250.95 ล้านบาท

 

คำค้น