พาราสาวะถี

แอ็กชั่นตามคุณรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสืบทอดอำนาจที่ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เบรกแตกโมโหสุดขีด ถึงขั้นออกปากไล่ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยองของพรรคที่โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ออกไปพ้นพรรค จนกรรมการบริหารพรรคหลายคนต้องแตะเบรกให้ใจเย็น สุดท้ายจบด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงตามสูตร มี ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน

อรชุน

แอ็กชั่นตามคุณรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสืบทอดอำนาจที่ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เบรกแตกโมโหสุดขีด ถึงขั้นออกปากไล่ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยองของพรรคที่โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ออกไปพ้นพรรค จนกรรมการบริหารพรรคหลายคนต้องแตะเบรกให้ใจเย็น สุดท้ายจบด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงตามสูตร มี ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน

เข้าใจได้ประสาชายชาติตกปากรับคำกับพวกไว้แล้วแต่ลิ่วล้อดันไปหักหลังพวกมันทำให้เสียหน้ากลายเป็นโมฆะบุรุษ เสียหายอย่างหนักถึงขนาดที่พวกบอกว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร ขณะเดียวกันก็อย่างที่บอกว่าความไม่พอใจที่เดือดพลั่กจาก เนวิน ชิดชอบ แค่คำขอโทษย่อมไม่เพียงพอ ซึ่งก็จับสัญญาณได้จากถ้อยแถลงของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ประกาศกร้าวมารยาทของพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อประชาชนเลือกเข้ามาแล้วจัดตั้งรัฐบาลได้ “แล้วมากัดกันเองในรัฐบาลอย่างนี้” จะบริหารประเทศอย่างไร

ไม่เพียงเท่านั้น เสี่ยหนูยังตอกย้ำด้วยว่าในฐานะหัวหน้าพรรคด้วยกันตนต้องเคลียร์ใจกับบิ๊กป้อม ตนต้องดูแลเลขาธิการพรรคที่เป็นผู้ถูกกระทำ “ไม่ว่าจะอย่างไรจะต้องไม่เป็นเพียงแค่การขอโทษกัน” ที่จะเพิ่มความอึดอัดอย่างยิ่งให้กับพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ คงเป็นคำยืนกรานของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ย้ำว่า จะมาบอกไม่เป็นไรหรอกยังไงคะแนนก็ผ่านแบบนั้นไม่ได้ โดยยืนยันว่ารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรในฐานะหัวหน้าพรรค เพราะ ถ้าผมปกป้องเขาไม่ได้ผมก็เป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้”

แต่ดูเหมือนว่าหลังการประชุมครม.เสี่ยหนูจะได้คำตอบที่น่าจะช่วยทำให้ไปบอกกับลูกพี่เนวินให้ใจเย็นลงได้ เมื่อบิ๊กป้อมย้ำว่า เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ซึ่งหากจับอาการของหัวหน้าพรรคสืบทอดอำนาจจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ยังพบร่องรอยของความไม่พอใจอยู่โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่าทำไมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์ของส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ ที่เจ้าตัวย้อนกลับว่าทำไมต้องมาติดต่อตน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการของพรรคสืบทอดอำนาจนั้น ท้ายที่สุด คงไม่มีบทลงโทษถึงขั้นที่จะต้องขับส.ส.ทั้ง 7 คนออกจากพรรค ไม่ใช่เรื่องปัญหาของเสียงสนับสนุน แต่มีเสียงเตือนมาจาก “ตี๋กร่าง” สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 บอกว่า ถ้าทำเช่นนั้นเสี่ยงที่จะเป็นการกระทำอันขัดต่อรัฐธรรมนูญเพราะให้ความคุ้มครองส.ส.ในการใช้เอกสิทธิ์ ซึ่งถ้าพรรคมีมติออกมาแบบนั้นปลายทางก็อาจจะถูกยุบพรรคได้

กรณีนี้คงต้องแยกระหว่างความโมโห การเสียหน้ากับการใช้ลีลาท่วงทำนองเพื่อปกป้องคนของตัวเองและรักษาไมตรีที่ดีต่อพรรคร่วมรัฐบาลด้วย การที่ตั้งซามูไรกฎหมายมาเป็นประธานตรวจสอบนั้น ก็เชื่อได้ว่าจะหาทางลงที่ไม่เจ็บตัวกันทุกฝ่าย แม้พวกที่แหกคอกจะอ้างจิตวิญญาณหรืออะไรก็ตามแต่ หากยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแรงกล้าจริง การลาออกจากตำแหน่งจะถือเป็นการแสดงสปิริตที่น่ายกย่อง ทว่าคงไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้น

โดยเฉพาะหัวขบวนของกลุ่มที่รู้กันดีว่า เข้ามาเล่นการเมืองนั้นเพราะเหตุใด ขณะเดียวกันอีกปัจจัยที่ทำให้อารมณ์ของฝั่งพรรคภูมิใจไทยเดือดปุด ๆ ก็เพราะคู่กรณีนั้นต่างก็รู้กันดีว่ามีปัญหากันมาตั้งแต่คราวที่ร่วมรัฐบาลแรก ๆ แล้ว จะเรียกได้ว่าอาศัยความบาดหมางระหว่างกันมาเอาคืนก็ว่าได้ ซึ่งในระหว่างที่รอกระบวนการของพรรคสืบทอดอำนาจนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะมีการเอาคืนคนที่แหกคอกอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ประสาของยี้ห้อยแล้วไม่ปล่อยให้ใครมาหยามแบบไม่โต้ตอบ

ฟากความเคลื่อนไหวส.ส.ฝ่ายค้านที่โหวตสวนก็ไม่ได้มีอะไรเหนือความคาดหมาย ยิ่งรายของ คารม พลพรกลาง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคก้าวไกลที่อ้างว่าต้องการจะไปลงส.ส.เขตจึงปันใจไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยนั้น ความเป็นจริงก่อนที่จะมีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นนั้น ทนายความคนนี้ก็เคยเสนอตัวเข้าไปร่วมงานกับพรรคของเสี่ยหนูมาก่อนหน้าแล้ว เพียงแต่ว่าขณะนั้นยังไม่มีการเลือกตั้งและภายในพรรคก็ยังมีนักกฎหมายที่ใช้งานกันอยู่ประจำและผลงานเข้าตาอยู่หลายคน

แต่หลังจากที่คารมเข้ามาทำหน้าที่ส.ส.ในสภา แล้วแสดงบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้ไปเข้าตาระดับนำของพรรคสีน้ำเงิน จากที่เกรงว่าจะทำให้มีปัญหากันระหว่างมือกฎหมายภายในพรรค เปลี่ยนเป็นเห็นว่าน่าจะเข้ามาสร้างประโยชน์และต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือพวกต่อต้านกันเองในรัฐบาลก็ตาม จึงไม่แปลกที่ทันทีทันใดเมื่อเกิดข่าวการโหวตสวน ภาพจะจับได้ชัดว่าคารมจะไปยืนอยู่ตรงจุดไหนถ้าแปรพักตร์

แอปพลิเคชันคลับเฮาส์ของเล่นใหม่ของชาวโซเชียล เข้ามาเขย่าขวัญสั่นประสาทผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจได้อย่างรุนแรง หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร โผล่เข้าร่วมสนทนาในห้อง ไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงเน้ พร้อมตอบทุกคำถามที่คนสงสัย เรียกเรตติ้งสร้างกระแสในชั่วข้ามคืน นอกเหนือจากโชว์วิสัยทัศน์ ฉายภาพแนวความคิดหากเป็นผู้นำประเทศภายในสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ยังมีประเด็นยั่วที่ทำให้สื่อต้องนำไปถามท่านผู้นำให้หัวเสียได้ทันควัน

วลีทองของคนแดนไกลก็คือ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่เอ่ยชื่อผม นายกฯ ประยุทธ์ถึงโมโห ต้องไปถามท่าน ผมไม่รู้แน่นอนว่า ทั้งก่อนและหลังประชุมครม.ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจถูกถามย้ำโดยเรื่องนี้ จนหัวเสีย พร้อมหลุดประโยคสำคัญ “ผมไม่ได้ฟังต้องไปถามเขาดู คนผิดกฎหมายอยู่ต่างประเทศ ฉันจะฟังทำไมเล่า ชอบฟังนักนะไอ้คนผิดกฎหมายเนี่ย ทำลายกฎหมาย ให้เครดิตกันอยู่ได้ ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย แต่ขอดักคอไว้ล่วงหน้าท่านผู้นำอย่าได้เข้ามาเล่นแอปพลิเคชันนี้ในอนาคตก็แล้วกัน เหมือนที่เคยบอกไม่เล่นเฟซบุ๊กแต่ทุกวันนี้โพสต์เป็นว่าเล่น (ฮา)