KUN พุ่ง 12% รับรายได้ปี 63 สร้างสถิติใหม่ 800 ลบ. ดันกำไรโต 50% แจกปันผลหุ้น-เงินสด

KUN พุ่ง 12% รับรายได้ปี 63 ตามนัด ทำสถิติใหม่ 800 ลบ. ดันกำไรโต 50% แจกปันผลหุ้น-เงินสด ล่าสุดอยู่ที่ 2.48 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 11.71% มูลค่าซื้อขาย 23.72 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ล่าสุด ณ เวลา 10.07 น. อยู่ที่ 2.48 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 11.71% สูงสุดที่ 2.54 บาท ต่ำสุดที่ 2.44 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 23.72 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น KUN ปรับตัวขึ้น หลังรายงายผลการดำเนินงานประจำปี 2563 เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดังนี้

ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2563 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เป็นหุ้น ในอัตรา 10 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล และเป็นเงินสดในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 พ.ค.2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 พ.ค.2564

โดย นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KUN เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2563 สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศชะลอตัวหลังจากที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยบริษัทฯสามารถสร้างสถิติผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ทั้งในด้านกำไรสุทธิและรายได้รวม โดยมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น  84.64 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น  49.4 % เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 56.65 ล้านบาท  ส่วนรายได้รวม อยู่ที่ 803.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้รวม 652.67 ล้านบาท

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/2563 มีรายได้รวม 303.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.68 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 191.80 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 42.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.53 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.50 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการรับรู้รายได้ โครงการที่เปิดขายจำนวน 7 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่ตั้งอยู่จังหวัดนนทบุรี 6 โครงการ ได้แก่ คุณาลัย บีกินส์ 1, คุณาลัย จอย, คุณาลัย พอลเลน , คุณาลัย ซิมโฟนี, คุณาลัย บีกินส์ 2, คุณาลัย พรีม และโครงการที่ตั้งอยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ คุณาลัย จอย ออน 314 ส่งให้ ณ สิ้นปี 2563  สามารถปิดยอดขายได้ 799.64 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการทุบสถิติยอดขายตั้งแต่เปิดโครงการมา

ปี2563 เป็นปีแห่งความท้าทายในการบริหารงาน บริษัทฯต้องปรับกลยุทธ์การตลาด ภายใต้วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดแนวคิดการอยู่อาศัยในรูปแบบใหม่ ภายใต้ EVERYTHING AT HOME ทุกสิ่งเกิดขึ้นที่บ้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชูจุดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่เหนือคู่แข่ง

ส่งผลให้ทุกโครงการของคุณาลัย ได้การตอบรับที่ดีและประสบความสำเร็จด้านยอดขายตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากแผนการปรับกลยุทธ์ดังกล่าวรวมถึงการบริหารจัดการและการควบคุมค่าใช้จ่าย ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับสูง โดยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)อยู่ที่ 10.58 %

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23  กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา มติอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิงวดปี 2563 เพื่อจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นและเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.11 บาทต่อหุ้น  ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563  ส่วนที่เหลืออีก 0.08 บาทต่อหุ้น จะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล(Record Date) ในวันที่ วันที่ 12 พ.ค.2564 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 11 พ.ค.2564 เพื่อกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 พ.ค.2564  ภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2564 แล้ว

ส่วนธุรกิจในปี2564 บริษัทตั้งเป้าทำยอดขายที่ 1,500 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขาย  1,410 ล้านบาท ขณะที่รายได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโต 10-15% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 799.64 ล้านบาท ซึ่งจะมีการรับรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีอยู่ 333 ล้านบาทเข้ามาทั้งหมด

พร้อมกันนี้ บริษัทฯวางงบลงทุนรวม 1,800 ล้านบาท ในการเปิดโครงการใหม่ๆเพิ่ม ซึ่งเป็นโครงการแนวราบทั้งหมด โดยบริษัทฯยังคงมุ่งเน้นพัฒนาพื้นที่บนในทำเลรอบกทม.และปริมณฑล ทั้งโซนทิศเหนือ ตะวันตก ตะวันออก และใต้ รวมถึงยังคงยึดมั่นในการทำสินค้า คุ้มค่าน่าซื้อ ในระดับราคา 2 -5 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค สำหรับโครงการใหม่บริษัทฯเตรียมทยอยเปิดตัวไตรมาส 3/2564 เป็นโครงการที่ทดแทนโครงการเดิมที่หมดไป โดยเป็นสินค้าเดิมแต่มีการปรับรูปแบบสินค้าให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น โครงการตั้งอยู่ย่านบางบัวทอง คิดเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบในครึ่งปีแรก 2564  มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แม้ว่าแนวโน้มการแข่งขันอสังหาฯแนวราบจะมีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากที่อยู่อาศัยประเภทดังกล่ายังคงมีความต้องการสูงของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายเล็ก หันมาให้ความสำคัญกับตลาดแนวราบมากขึ้น บริษัทฯจึงศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงวางกลยุทธ์เพื่อรับมือคู่แข่ง โดยใช้หลักการภายใต้กลยุทธ์ “เกาะปีกอินทรี”โดยนำกลยุทธ์คู่แข่งมาประเมิน อาทิ ด้านการตลาด การออกแบบโครงการ เพื่อนำมาปรับแผนการทำงานของบริษัทฯให้สามารถแข่งขัน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้

คำค้น