
“ศุภจี” เดินหน้าปราบนอมินี-ทุนเทา ดึง ตลท.-ก.ล.ต. ผนึก 23 หน่วยงาน ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน
รองนายกฯ “ศุภจี” นำทีม 23 หน่วยงาน รวม ตลท.-ก.ล.ต. ลงนาม MOU ปราบนอมินี-ทุนเทา ยกระดับบังคับใช้กฎหมาย อุดช่องโหว่เศรษฐกิจ เสริมโปร่งใส ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (29 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”

โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยาน
นางศุภจี กล่าวว่า MOU ในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวม 23 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานอมินีและทุนสีเทาอย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการทำงานแบบบูรณาการเท่านั้น แต่ยังมุ่งยกระดับให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัญหานอมินีและทุนสีเทาเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมได้เริ่มดำเนินงานอย่างจริงจังมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ครอบคลุมทั้งการจับกุม กวาดล้าง และมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างเข้มงวด

ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปัจจุบันมีฐานข้อมูลนิติบุคคลมากกว่า 980,000 ราย และได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าและเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง โดยพบกลุ่มเสี่ยงประมาณ 53,000 ราย และตรวจพบบัญชีม้าที่เชื่อมโยงกับนิติบุคคลราว 2,000 ราย ซึ่งได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ผลักดันมาตรการความร่วมมือ 3 ด้าน ประกอบด้วย การบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับ 23 หน่วยงาน การสร้างกลไกเฝ้าระวังการทำธุรกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกิจในประเทศให้เข้าถึงได้อย่างโปร่งใส
“MOU ฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการอุดช่องโหว่ และเสริมจุดแข็งแก่ภาคการลงทุนของไทย พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจโดยมิชอบไม่สามารถใช้ไทยเป็นฐานการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อีกต่อไป และนับจากนี้ ทุกหน่วยงานจะจับมือกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปกป้องผลประโยชน์ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต สร้างความได้เปรียบให้แก่ประเทศไทย” นางศุภจี กล่าว
สำหรับ 23 หน่วยงานที่ร่วมลงนาม ประกอบด้วย 1. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) 2. กระทรวงมหาดไทย 3. กรมการจัดหางาน 4. กรมการท่องเที่ยว 5. กรมที่ดิน 6. กรมโรงงานอุตสาหกรรม 7. กรมวิชาการเกษตร 8. กรมศุลกากร 9. กรมสรรพากร 10. กรมสอบสวนคดีพิเศษ 11. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 12. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 13. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 14. สมาคมธนาคารไทย 15. สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 16. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 17. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 18. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 19. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) 20. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 21. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 22. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ 23. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

