เปิดโผ 12 หุ้นตัวท็อป! ลุ้นผลงานฟื้นตัวแรง รับรัฐฯอัด 2 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลบทวิเคราะห์ 12 หุ้นเด่น มีลุ้นผลงานฟื้นตัวแรง หลังรัฐบาลพร้อมออก 2 มาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว การบิน และ กลุ่มที่เชื่อมโยง ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ หลังวานนี้ (23 มี.ค.64) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ระยะที่ 3 แล้ว รวมถึงมาตรการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องช่วงสงกรานต์ไปจนถึงครึ่งปีหลัง 2564

นอกจากนี้กำลังพิจารณานำมาตรการกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปีก่อน – ไตรมาส1/2564 ออกมาใช้ต่อ คือ “คนละครึ่ง” เฟส 3 ปัจจุบันมี 2 เฟส ซึ่งจะสิ้นสุดเดือน มี.ค.64  รวมทั้งมาตรการ “ช็อปดีมีคืน” ที่จะนำมากระตุ้นการบริโภคอีกครั้ง

ทั้งนี้ได้มาตรการดังกล่าวหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว การบิน และ กลุ่มที่เชื่อมโยง เป็นกลุ่มได้ประโยชน์มากสุด โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์ชันนำของไทยที่ได้วิเคราะห์และแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว อาทิ TNP, MAKRO, ERW, CENTEL, MINT, SPA, KBANK, TMB, SPVI, COM7, CRC และ HMPRO 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์วานนี้ว่า ครม.จะมีการพิจารณามาตรการกระตุ้น ศก.เพิ่มอย่างน้อย 3 มาตรการคือ 1) คนละครึ่งเฟส 3, 2) เที่ยวด้วยกันเฟส 3, และ 3) มาตรการซอฟต์โลนสำหรับ SME หากเป็นไปตามคาดจะเป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ TNP MAKRO ERW CENTEL MINT SPA KBANK และ TMB 

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนะนำกลุ่มหุ้นที่เล่นตามกระแส Events play เช่น มาตรการรองรับการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว และ นักลงทุนต่างประเทศ, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 และจับตา โครงการคนละครึ่งรอบใหม่  โดยเน้นหุ้นท่องเที่ยว การบิน และ กลุ่มที่เชื่อมโยง เช่น นิคม อสังหาฯ (โอนที่ดิน โอนคอนโด) ขายสินค้าทัวร์จีน (CPN DDD) รพ.เน้นลูกค้า ตปท. (BH) ขนส่งโลจิสติกส์ (III LEO) 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์วานนี้ว่า รัฐบาลมีแผนจะออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมคือ พิจารณามาตรการ คือ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 รัฐจ่ายค่าห้องพัก 40% คาดขยายสิทธิเพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ (รอรายละเอียดระยะเวลามาตรการ) เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นท่องเที่ยวและโรงแรม CENTEL, MINT,ERW และ การแก้ พ.ร.ก. Softloan อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5%

โดยคาดรัฐจะออกมาตรการกระตุนการบริโภค ดังที่เคยออกมาในช่วงปลายปี 63-ไตรมาส1/2564 แบ่งเป็น มาตรการที่มีโอกาสจะเดินหน้าต่อ คือ “คนละครึ่ง”เฟส 3 ปัจจุบันมี 2 เฟส ซึ่งจะสิ้นสุดเดือน มี.ค.64 โดยลักษณะมาตรการ คือ รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50%

ทั้งนี้ประเมินดีต่อการบริโภคครัวเรือน 50% ของ GDP ดีต่อหุ้นค้าปลีก คือ MAKRO(FV@44.00) แต่เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการต่อหุ้น CPALL([email protected]) มาตรการที่นำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง คือ ช็อปดีมีคืน” นำใบเสร็จซื้อสินค้าและบริการลดหย่อนสินค้ามาลดหย่อนภาษี(รอบปลายปี 2563 ทีรัฐเคยออกมาสร้างเงินหมุนเวียนราว 2 แสนลานเหรียญหรือราว 0.2%ของ GDP) ดีต่อหุ้นค้าปลีกอาทิ SPVI, COM7 ,CRC ,HMPRO

อนึ่งวานนี้(23 มี.ค.64) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. มีมติเห็นชอบโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ระยะที่ 3 แล้ว รวมถึงมาตรการทัวร์เที่ยวไทยเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องช่วงสงกรานต์ไปจนถึงครึ่งปีหลัง

สำหรับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ระยะที่ 3 นี้ ขยายสิทธิ์เพิ่มอีก 2,000,000 สิทธิ์ รวมถึงจะขยายเวลาดำเนินโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2564

โดยคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ์ของผู้ได้รับสิทธิ์เหมือนกับโครงการระยะที่ 1 และ 2 แต่ได้มีการดำเนินการตามแนวทางการป้องกันการทุจริตในส่วนอื่นๆ เช่น การป้องกันการสวมสิทธิด้วยระบบสแกนใบหน้า และการยืนยันตัวตนของผู้ใช้สิทธิที่สาขาธนาคารกรุงไทย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จำเป็นต้องหารือกับธนาคารกรุงไทยก่อน และคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการระยะหนึ่ง

นอกจากนี้ โครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” ได้เป็นการปรับปรุงจากโครงการ “เที่ยวไทยวัยเก๋า” โดยขยายกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมระดับอายุมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่ได้จำกัดแค่เพียงกลุ่มสูงวัยเท่านั้น

โดยจะสมทบเงินได้ 40% หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์นำเที่ยวในราคาแพคเกจขั้นต่ำ 12,500 บาท ประมาณ 1 ล้านคน จะให้บริษัททัวร์รับให้บริการคนเข้าร่วมโครงการได้จำนวน 3,000 คนต่อ 1 บริษัท รวมบริษัททัวร์ประมาณ 300 ราย ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 เดือน

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button