อียิปต์สั่งเพิ่มเรือลากจูง-ย้ายตู้สินค้า กู้ “Ever Given” ฟากขนส่งน้ำมัน เร่งปรับเส้นทาง

อียิปต์สั่งเพิ่มเรือลากจูง-ย้ายตู้สินค้า กู้ “Ever Given” ฟากขนส่งน้ำมัน เร่งปรับเส้นทาง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าของภารกิจเคลื่อนย้ายเรือบรรทุกสินค้า Ever Given (เอเวอร์ กิฟเวน) ที่เสียหลักเกยตื้นขวางทางน้ำในคลองสุเอซ ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญที่สุดของโลก ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา ระบุว่ามีการเพิ่มจำนวนเรือลากจูงเป็น 14 ลำ อาศัยช่วงเวลาน้ำขึ้น เมื่อคืนวันอาทิตย์ เพื่อขยับเรือให้ได้มากที่สุด

โดยระหว่างนี้ การขุดดินที่ริมคลองยังคงดำเนินต่อไป รวมถึงเรือลากจูงที่เข้ามาเพิ่มด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเรือเปลี่ยนองศาเพียงเล็กน้อย ขณะที่รถขุดดินหลายคันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อนำทรายและดินโคลนออกจากหัวเรือ พร้อมทั้งขุดลอกชายฝั่งบางส่วนในบริเวณที่เรือเกยตื้น

ด้านสำนักข่าวแห่งชาติของอียิปต์รายงานว่า ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ผู้นำอียิปต์ ต้องการลดน้ำหนักเรือให้เบากว่านี้ จึงมีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากต่างประเทศด้วย เตรียมการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ “บางส่วน” จากทั้งหมดประมาณ 18,300 ตู้ ลงจากเรือเอเวอร์ กิฟเวน โดยจะมีการจัดเรือเครน และเรือบรรทุกสินค้าขนาดเล็กอีกหลายลำมารอลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์

ทั้งนี้ หากต้องมีการลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนออกจากเรือจริง จะเป็นการเพิ่มความซับซ้อนให้กับภารกิจเคลื่อนย้ายเรือ ที่อาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิมอีกหลายสัปดาห์ ขณะที่พล.ท.โอซามา ราเบอี ผู้อำนวยการเอสซีเอ กล่าวว่า รัฐบาลอียิปต์กำลังพิจารณาลดค่าธรรมเนียมให้กับเรือทุกลำ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเดินทางผ่านคลองสุเอซในครั้งนี้ โดยมีรายงานสถิติเรือรอเดินทางผ่านเพิ่มเป็นอย่างน้อย 369 ลำ และยังคงเชื่อว่า กระแสลมแรงหรือพายุทราย “ไม่ใช่ปัจจัยเดียว” ที่ส่งผลให้เรือเกยตื้นแบบนี้

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ คาดว่าอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช่องทางนี้มีการลำเลียงน้ำมันดิบราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

โดย Allianz บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่ของโลก ระบุว่า เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกราว  6 พันล้าน ถึงหมื่นล้านดอลลาร์ต่อวัน

ขณะที่ข้อมูลจาก MarineTraffic และ ClipperData ผู้ให้บริการติดตามขนส่งทางทะเล ระบุว่า เรือขนส่งน้ำมันและเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติหลายลำ ซึ่งรวมถึงเรือของบริษัทเชอร์เนียร์ และบริษัทเชลล์ ต่างกำลังหาเส้นทางเดินเรือใหม่ เพื่อเลี่ยงจุดเกิดเหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซซึ่งยืดเยื้อมาเกือบสัปดาห์แล้ว

โฆษกของ MarineTraffic เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์อย่างน้อย 10 ลำที่กำลังเปลี่ยนเส้นทาง โดยตัวเลขดังกล่าวน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในขณะที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

เรือ Ever Given ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้กีดขวางการสัญจรทั้งหมดในเส้นทางการค้าที่สำคัญในคลองสุเอซ หลังจากที่เรือลำดังกล่าวเกยตื้นขวางคลองมาตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เรือดังกล่าวซึ่งมีความยาวประมาณ 400 เมตรนั้น มีความยาวเท่ากับความสูงของตึกเอ็มไพร์ สเตทในสหรัฐ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดว่า อาจต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ที่จะเคลื่อนย้ายเรือดังกล่าวเพื่อเปิดเส้นทางสัญจรในคลองสุเอซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าราว 12% ของการค้าโลก ขณะที่ภาวะชะงักงันดังกล่าวกำลังเริ่มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

ข้อมูลจาก MarineTraffic ระบุว่า ขณะนี้มีเรือติดอยู่ส่วนบนของคลองสุเอซประมาณ 97 ลำ โดยมีอีก 23 ลำติดอยู่บริเวณส่วนกลาง และอีก 108 ลำบริเวณส่วนล่าง