
เก็บบลูชิพ
วานนี้ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวทรงตัวอยู่นาน ก่อนจะมาปิดที่ระดับ 1,280.82 จุด บวกไป 6.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.89 หมื่นล้านบาท
วานนี้ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวทรงตัวอยู่นาน ก่อนจะมาปิดที่ระดับ 1,280.82 จุด บวกไป 6.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.89 หมื่นล้านบาท หลังจากปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเปิดตลาดวันแรกของปีม้าไฟแบบไม่ทันตั้งตัว เล่นเอานักลงทุนหลายคนใจเต้นแรงกันถ้วนหน้า แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นแรงขายที่ตามมาอย่างรวดเร็วในวันถัดมา จนบรรยากาศตลาดกลับมาเงียบ ๆ เหมือนตั้งหลักใหม่กันอีกรอบ งานนี้ “โมนิก้า” บอกเลยว่า ใครเผลอไล่ราคาไปก่อนหน้า คงต้องมานั่งลุ้นกันต่อว่าจะฟื้นหรือพักยาวกันแน่เจ้าค่ะ
แต่อย่างไรก็ตาม กูรูยังคงฝากการบ้านให้นักลงทุนที่อยากมีหุ้นติดไว้ปลายนวม ว่าคำแนะนำก็ยังวนกลับมาที่หุ้นกลุ่ม “บลูชิพ” เป็นหลัก เพราะถือว่าเป็นหุ้นที่มีความปลอดภัยสูง ฐานธุรกิจแข็งแรง กระแสเงินสดมั่นคง และมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่าหุ้นตัวเล็กยามที่ตลาดผันผวนแรงแบบนี้ “โมนิก้า” มองว่า แม้ผลตอบแทนอาจไม่ได้หวือหวาในระยะสั้น แต่ก็ช่วยประคองพอร์ตไม่ให้แกว่งจนใจหาย ยิ่งในช่วงที่ดัชนียังเหวี่ยงขึ้นลงเร็ว การมีหุ้นบลูชิพติดพอร์ตไว้บ้าง ก็เหมือนมีเบาะรองรับแรงกระแทก อย่างน้อยก็ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องคอยลุ้นทุกจังหวะของตลาดจนเครียดเกินไปเจ้าค่ะ
อย่างน้อยการเฟ้นหาหุ้นลงทุนในช่วงนี้ คงต้องมองไปที่หุ้นพื้นฐานดี ซึ่งรับปัจจัยบวกอย่าง PTTGC ราคาหุ้นปิดวานนี้อยู่ที่ 22.20 บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 5.71% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.28 พันล้านบาท เลยทีเดียว แถมทางกูรูยังมองว่า กลุ่มปิโตรเคมียังมีโอกาสได้ประโยชน์จากแนวโน้มน้ำมันในระยะกลาง–ยาว เป็น Upside เพิ่มต่อ Spread ปิโตรเคมี ที่มีโอกาสบวกขึ้นอีก พร้อมให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 28 บาท อีกด้วย “โมนิก้า” มองแล้ว บอกเลยว่า ปัจจัยนี้อาจเป็นบวกในระยะสั้น ทำให้หุ้นดูน่าสนใจมากขึ้นเจ้าค่ะ
เช่นเดียวกับรายของ IVL รับปัจจัยบวกเดียวกัน อานิสงส์จากแนวโน้มน้ำมัน จึงเกิดการเข้ามาเก็งกำไรหนุนให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 17.10 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 6.88% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.23 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองว่าระยะสั้นอาจมีโอกาสทดสอบสถานีต่อไปบริเวณ 18 บาท และถ้าแรงซื้อยังมีต่อ อาจทะลุไปถึง 20 บาท ส่วนระยะยาวลุ้นต่อว่าจะสามารถไปทดสอบราคาเป้าหมาย 24 บาท ตามที่กูรูให้ไว้หรือไม่? งานนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ
เหมือนกับรายของ OR เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามารอบใหม่ ดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 13.70 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 4.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 311 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าตลาดเริ่มกลับมานิยมเก็งกำไรอีกครั้ง หลังจากที่ราคาปรับตัวลงไปก่อนหน้า “โมนิก้า” มองว่าการไหลเข้าของแรงซื้อรอบนี้อาจช่วยหนุนให้หุ้นยังมีโอกาสวิ่งต่อในระยะสั้น และถ้าแรงซื้อยังต่อเนื่อง อาจดันให้ราคาทดสอบแนวต้าน 14-14.50 บาท ได้ไม่ยากเพคะ
ต่อเนื่องยังรายของ EGCO ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง มาปิดที่ระดับ 118 บาท บวกไป 4 บาท หรือขึ้นไป 3.51% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 330 ล้านบาท ดูเหมือนแรงซื้อจะเริ่มกลับมาให้เห็นกันบ้าง หลังจากเงียบเหงาไปพักใหญ่ “โมนิก้า” หวังว่าราคาหุ้นจะมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านแถว 120 บาท ได้ในระยะถัดไป ที่สำคัญ ค่า P/E เพียง 12 เท่า ก็ยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่ม แถมราคาหุ้นยังต่ำกว่าบุ๊กแวลูที่ 192.91 บาท แบบนี้บอกเลยว่า มีส่วนลดให้เห็นกันชัด ๆ งานนี้ใครเป็นสายมองมูลค่าคงต้องเหลียวมองกันบ้างแล้วเจ้าค่ะ
ปิดท้ายด้วยราย BCH ราคาหุ้นบนกระดานเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 10.90 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 4.81% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 299 ล้านบาท ดูเหมือนว่าจะเริ่มตาสว่างกันบ้าง หลังจากราคาลงไปซะจนหลายคนแทบลืมหายใจ “โมนิก้า” มองว่ามีทีเด็ดจากกลยุทธ์ขยายสาขา เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น แถมยังมีรายได้จากสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนที่ค่อย ๆ โตขึ้น การปรับปรุงโรงพยาบาลและเพิ่มบริการเฉพาะทางเสริมแกร่ง งานนี้บอกเลยว่า ใครยังถือหุ้นอยู่อาจยิ้มได้เพคะ
โมนิก้าและทีมงาน