SKE-KIAT นักลงทุนเก็งกำไรสนั่น! หลังติดโผ 7 หุ้นกลาง-เล็กราคาถูก

SKE-KIAT นักลงทุนเก็งกำไรสนั่น! หลังติดโผ 7 หุ้นกลาง-เล็กราคาถูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)  หรือ SKE ณ เวลา 15.17 น. อยู่ที่ระดับ 1.17 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 14.71% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 213.14 ล้านบาท ราคาหุ้นแรงในรอบ 1 ปี 7 เดือน โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 1.18 บาท เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2562

ขณะที่ราคาหุ้นบริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) หรือ KIAT ณ เวลา 15.12 น. อยู่ที่ระดับ 0.63 บาท บวก 0.07 บาท หรือ12.50% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 175.18 ล้านบาท

ด้านนายณรงค์เดช จันทรไพศาล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า จำกัด เผยว่า นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็กมากขึ้น สะท้อนจากหลายบริษัทราคาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เนื่องจากกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) อัพไซด์เริ่มจำกัด หลังจากปรับตัวขึ้นแรงตั้งแต่ปลายปีก่อน รวมถึงหลายบริษัทจะได้รับผลกระทบจากการคำนวณดัชนีใหม่โดยใช้หลักเกณฑ์ฟรีโฟลต ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน

ขณะเดียวกัน ตัวเลขการเปิดบัญชีของนักลงทุนหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโดยสถิติพบว่านักลงทุนหน้าใหม่มักชอบลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กมากกว่าหุ้นบิ๊กแคป เนื่องจากมีราคาหุ้นที่ถูกกว่า และปรับตัวขึ้นลงรวดเร็วกว่า

ส่วนนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นักลงทุนเริ่มเปลี่ยนกลุ่มหุ้นสำหรับลงทุน โดยเริ่มเข้าซื้อหุ้นขนาดกลาง-เล็ก หลังกลุ่มหุ้นบิ๊กแคปขึ้นมาพอสมควรจนเริ่มมีข้อจำกัดด้าน Valuation

ขณะที่ตลาดหุ้นไทย ณ ปัจจุบัน ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมากขึ้น หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายเชิงบวกจากการมีวัคซีน และเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งโดยสถิติช่วงตลาดขาขึ้นมักจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลาง-เล็กเสมอ

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า เพื่อลดความเสี่ยงในการเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก จึงทำการคัดกรองหุ้นขนาดเล็กมีกำไร ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี หรือ บุ๊กแวลู พอจะมีสภาพคล่องเพิ่มความคุ้มเสี่ยงมากขึ้นที่จะเข้าไปเก็งกำไรในช่วงนี้ โดยผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ ถึง 7 ข้อ 1.ราคาหุ้นน้อยกว่า 1 บาท (มีเงินเพียง 100 บาท ก็สามารถลงทุนได้) 2.ผลประกอบการไตรมาสที่ 4/2563 มีกำไร (ระยะสั้นยังมีกำไร) 3.ผลประกอบการทั้งปี 2563 มีกำไร (ระยะกลางยังมีกำไร) 4.มีการเติบโตของกำไรในปี 2563 (ถ้ามีการเติบโตของกำไรเพิ่มโอกาสในการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น) ในเชิงพื้นฐานราคาไม่แพง 6.มี P/E น้อยกว่า 40 เท่า (ในเชิงพื้นฐานพอรับได้ที่จะเข้าเก็งกำไร) 7.มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยมากกว่า 5 ล้านบาทต่อวัน (มีสภาพคล่องพอที่จะเข้าเก็งกำไรได้)

“มี 7 หุ้นที่บริษัทไม่ขาดทุน อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น หรือ EPS GROWTH เติบโต และมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูง ได้แก่ บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP, บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR, บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP, บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR, บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) หรือ KIAT, บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME และบริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE ที่แนะนำให้ลงทุน” โดย

  1. บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.87 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 40% เมื่อเทียบกับปี 2562
  2. บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.82 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 19% เมื่อเทียบกับปี 2562
  3. บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.59 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 2562
  4. บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.6 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 258% เมื่อเทียบกับปี 2562
  5. บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) หรือ KIAT ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.56 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 43%
  6. บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.57 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 324% เมื่อเทียบกับปี 2562 และ
  7. บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE ราคา ณ วันที่ 24 มีนาคม อยู่ที่ 0.88 บาท EPS GROWTH ปี 2563 โตกว่า 35% เมื่อเทียบกับปี 2562

ทั้งนี้ พบว่าหุ้นราคาต่ำบาทกลับได้รับความสนใจมากขึ้น ยังมี Outperform ได้ดีในปีนี้ โดยฝ่ายวิจัยฯ ได้ทำการเปรียบเทียบการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในช่วงนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน หรือ ytd ของหุ้นทั้งหมดในแต่ละระดับราคา พบว่าในช่วงระดับราคาหุ้นยิ่งต่ำ กลับยิ่งได้รับความสนใจและ Outperform ตลาดได้ดีในปีนี้