“ฟินันเซียฯ” คัด 8 หุ้นท็อปพิก แนวโน้มกำไรสดใส รับดัชนีท้ายปีแตะ 1,700 จุด

"ฟินันเซียฯ" มองดัชนีท้ายปีแตะ 1,700 จุด คัด 8 หุ้นท็อปพิก แนวโน้มกำไรสดใส

นายทรงกลด วงศ์ไชย ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ระบุว่า SET Index ปรับตัวขึ้น 10% ในไตรมาสที่ 1/64 และยังมีอัพไซด์ต่อเป้าหมายที่ 1,700 จุด ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งยังมองว่าผลการตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังมากกว่า และน่าสนใจกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ และคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะสามารถแตะที่ระดับ 1,650 จุดได้เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 2/2564 พร้อมกันนั้นยังแนะนำให้จับตามองการเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ซึ่งคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ราวๆ 1% ของ GDP ในปีนี้

ทั้งนี้แนะนำหุ้นเด่น ดังนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มีอัตราการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง หนุนโดยกำไรจากคาเฟ่อเมซอน และร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 นอกจากนี้การฟื้นตัวของดีมานด์สำหรับนํ้ามันอากาศยาน (Jet Fuel) ดีเซล และน้ำมันเบนซิน จะเข้ามาช่วยเสริมกำไรให้กับ OR ให้ราคาเป้าหมายที่ 41 บาท

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มีคุณภาพของสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ดี การตั้งสำรองที่เพียงพอ และยังเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลทั้งในด้านการควบคุมต้นทุน และการสร้างรายได้ ให้ราคาเป้าหมายที่ 168 บาท

บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO มีแผนขยายพอร์ตสินเชื่อที่ดุดันหลังจากนำเงินเพิ่มทุนที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) มาใช้ และใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองในการแข่งขัน เช่น การอนุมัตสินเชื่อที่รวดเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ และที่สำคัญยังขยายเครือขายให้กว้างขวางขึ้นเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งรายอื่นๆ ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น 45% ในปีนี้ ให้ราคาเป้าหมายที่ 12.40 บาท

บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS กำไรในไตรมาสที่ 4/63 อาจอ่อนตัวลงไปบ้างจากไม่มีการตัดจำหน่าย NPL แต่คาดว่าการเติบโตของกำไรจะเริ่มกลับมาในไตรมาสที่ 1/64 นี้ จากการจับมือกับ บริษัท บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด และ HUMAN เพื่อลุยธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล ให้ราคาเป้าหมายที่ 288 บาท

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP คาดว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไรจะแข็งแกร่งในปี 2564-2566 จากโครงการใหม่ๆที่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้กว่า 140% แม้ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2564 จะยังไดลูทอยู่ แต่มองว่าหลังจากนั้นจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ให้ราคาเป้าหมายที่ 20 บาท

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เป็นผู้นำในหมูสายการบินในประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 35% และคาดว่าน่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นจากนี้หลังเร่งเพิ่มเที่ยวบินได้เร็วและมากกว่าสายการบินอื่นๆในระดับเดียวกัน นอกจากนั้นแล้ว AAV ยังเป็นหนึ่งในหุ้นหลักของ tourism plays โดยคาดหวังการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งคิดเป็นรายได้ถึง 32% ของ AAV ในปี 2562 ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.80 บาท

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA มองการเติบโตเป็น S-Curve เริ่มจากไตรมาส 2/2564 เป็นต้นไปจากธุรกิจแบตเตอรี่ การส่งมอบรถบัสไฟฟ้า การเติบโตของธุรกิจ ‘สารเปลี่ยนสถานะ’ หรือ PCM และดีลธุรกิจรถบรรทุกไฟฟ้า ให้ราคาเป้าหมายที่ 76 บาท

บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG มีดีมานด์ที่เติบโตของอะไหล่ยานยนต์ และบรรจุภัณฑอาหารที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงธุรกิจผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อน/เย็นที่คาดว่าจะมีการใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ที่สำคัญ การเพิ่มกำลังการผลิตขนาด 4 พันตันในสหรัฐอเมริกา ดันกำลังการผลิตแตะ 8พันตัน จะเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยผลักดัน EPG ในครึ่งปีหลังนี้ ให้ราคาเป้าหมายที่ 12 บาท

นอกจากนี้มองว่าภาวะเงินบาทอ่อนค่าจะส่งผลบวกต่อการฟิ้นตัวทางเศรษฐกิจ และการส่งออกของไทยที่คิดเป็น 65% ของ GDP ทั้งหมด ซึ่งเงินบาทนั้นอ่อนค่าลง 4.4% ในปีนี้ เทียบกับการแข็งค่า 5.8% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ทั้งนี้ยังเน้นให้จับตามองหุ้นกลุ่มส่งออกอย่างอะไหล่ยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร ซึ่งคาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนหน้านี้