
คัด 20 หุ้นเด่น “กลุ่มส่งออก-ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล” รับบาทอ่อนค่า
เงินเฟ้อไทยเดือน ม.ค.69 ติดลบ 0.66% ต่ำกว่าคาด จากราคาพลังงานลดลง โบรกชี้บาทอ่อนหนุน Fund Flow ระยะสั้น แนะลงทุน 20 หุ้น ได้แก่กลุ่ม ส่งออก ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 99.91 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.57 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.66 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน
โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลง จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากการสูงขึ้นของราคาเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป เป็นสำคัญ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรือเงินเฟ้อทั่วไป ประจำเดือนม.ค.69 ออกมาอยู่ที่ระดับ -0.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นการติดลบที่มากกว่าตลาดคาดไว้ (คาดไว้ที่ -0.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน) และนับเป็นการติดลบต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือนที่ 10 ซึ่งปัจจัยหลักที่กดดันให้เงินเฟ้อลดต่ำลง มาจากการลดลงของราคาสินค้าใน กลุ่มพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐฯ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้คาดการณ์ว่าไตรมาส 1/69 เงินเฟ้อจะยังคงติดลบที่ระดับ -0.43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และประเมินกรอบเงินเฟ้อตลอดทั้งปีไว้ที่ 0.0 – 1.0%
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (CORE CPI) ที่หักราคาอาหารสดและพลังงานออก ยังคงขยายตัวเป็นบวกอยู่ที่ 0.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อในประเทศที่ยังมีแรงขับเคลื่อนอยู่
ในขณะที่เงินเฟ้อไทยยังลดต่ำลงเรื่อยๆ บวกกับทิศทาง DOLLAR INDEX ที่แข็งค่าหนุนให้ทิศทางของค่าเงินบาท กลับทิศ เริ่มปรับตัวอ่อนค่าลง ล่าสุดอยู่ระดับ 31.8 บาท/เหรียญฯ ซึ่งส่งผลทางจิตวิทยาและการเคลื่อนย้ายของ FLOW ต่างชาติในระยะสั้น ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่
กลุ่มส่งออก (EXPORTS): ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และเกษตรแปรรูป
หุ้นเด่น บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU, บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC, บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT, บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA, บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER, บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT, บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT
กลุ่มท่องเที่ยว (TOURISM): บาทอ่อนค่าช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้มีกำลังซื้อมากขึ้น
หุ้นเด่น: บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW
กลุ่มโรงพยาบาล (HEALTHCARE): โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เน้นผู้ป่วยชาวต่างชาติ (MEDICAL TOURISM)
หุ้นเด่น: บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS