สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 15 เม.ย. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 15 เม.ย. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮที่เหนือระดับ 34,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างคึกคัก หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกเดือนมี.ค.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,035.99 จุด เพิ่มขึ้น 305.10 จุด หรือ +0.90% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,170.42 จุด เพิ่มขึ้น 45.76 จุด หรือ +1.11% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,038.76 จุด เพิ่มขึ้น 180.92 จุด หรือ +1.31%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป และหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นตามราคาโลหะ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 438.55 จุด เพิ่มขึ้น 1.98 จุด หรือ +0.45%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,234.14 จุด เพิ่มขึ้น 25.56 จุด หรือ +0.41%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,255.33 จุด เพิ่มขึ้น 46.18 จุด หรือ +0.30% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,983.50 จุด เพิ่มขึ้น 43.92 จุด หรือ +0.63%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มเหมืองแร่ ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้น

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,983.50 จุด เพิ่มขึ้น 43.92 จุด หรือ +0.63%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันดิบในตลาดโลก รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนมี.ค.

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 31 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 63.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ปีนี้

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 66.94 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ปีนี้

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซียยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 30.5 ดอลลาร์ หรือ 1.76% ปิดที่ 1,766.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 1.72% ปิดที่ 25.964 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 22.8 ดอลลาร์ หรือ 1.94% ปิดที่ 1,200.2 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 60 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 2,739.40 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ซึ่งลดความน่าดึงดูดของดอลลาร์ และได้บดบังปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.08% สู่ระดับ 91.6167 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.65 เยน จากระดับ 108.94 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9217 ฟรังก์ จากระดับ 0.9229 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2536 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2526 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1975 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1970 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3791 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3779 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7754 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7724 ดอลลาร์สหรัฐ