SET สัปดาห์นี้ “ไซด์เวย์ดาวน์” แนะลงทุนในหุ้น 45% เน้น 7 กลุ่ม Outperform ตลาดฯ

โบรกฯชี้ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้ม “ไซด์เวย์ดาวน์” พร้อมแนะนำลงทุนในหุ้น 45% โดยเน้น 7 กลุ่มที่มีโอกาส Outperform ตลาดฯ

Weekly outlook : “Sideways/Down” ต้าน 1,566/1,575 จุด รับ 1,529/1,518 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะสัปดาห์นี้ (19 – 23 เม.ย.64)

  • (+) Global Indicators : ประธาน FED แถลงจะลดการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงก่อนที่จะทำการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และยังไม่เห็นโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี 2022 สะท้อนการยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายจะไม่เกิดขึ้นเร็วผสานกับส่งสัญญาณจะไม่ขายพันธบัตร ทำให้ US Bond Yield 10 ปี ปรับตัวลงสู่ 1.57% และ Dollar Index อ่อนตัวลงสู่ 91.6 จุด บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง
  • (+/*) Fund Flows : ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดเอเชีย (จ-พฤ) รวม 190 ล้านเหรียญและเป็นการซื้อสุทธิ 3 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยกลุ่มประเทศที่ซื้อสุทธิสูงยังคงเป็นเกาหลีใต้ และไต้หวัน ขณะที่อินโดนีเซียพลิกมาเป็น net buy ที่ 40 ล้านเหรียญ หลังขายต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ สวนทางกับฟิลิปปินส์ที่ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องผลจาก Covid-19ในประเทศที่หนักหน่วง ส่วนไทยหยุดยาวสงกรานต์
  • (-) Vaccine : อย.สหรัฐ แถลงระงับการฉีดวัคซีน Johnson &Johnson ชั่วคราว หลังผู้ได้รับวัคซีนเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันเช่นเดียวกับเคสวัคซีน AstraZeneca ยิ่งกระทบต่อความเชื่อมั่น และอาจทำให้การกระจายวัคซีนล่าช้าออกไปทั้งในสหรัฐฯและยุโรป
  • (-) Covid-19 Prevention Measures : ศบค.มีมติปรับพื้นที่จังหวัดเป็น 2 สี คือ พื้นที่สีแดง 18 จังหวัด รวมถึงกทม. เชียงใหม่ ชลบุรี ส่วนพื้นที่สีส้ม คืออีก 59 จังหวัดที่เหลือ โดยมาตรการร้านอาหาร พื้นที่สีแดงปิด 3 ทุ่ม สีส้มปิด 5 ทุ่ม ส่วนมาตรการสำหรับทั่วประเทศคือปิดผับ บาร์ ห้ามจำาหน่วายแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร งดการเรียนในห้อง แต่ไม่ประกาศใช้เคอร์ฟิวและล็อคดาวน์ โดยแม้ปัจจุบันจะเป็น Partial Lockdown แต่สถานการณ์การระบาดยังรุนแรง คาดตลาดยังคงเป็นภาพค้นหาฐาน
  • (*) Banking Earnings : ผลประกอบการไตรมาส1/2564 ของกลุ่มธนาคารจะทยอยรายงานในสัปดาห์นี้ CNS คาดกำไรรวมที่ 2.89 หมื่นลบ. -22.8% y-y จากค่าใช้จ่ายสำรองที่เพิมขึ้น และ NIM ลดลง ขณะที +3.2%q-q จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง โดยธนาคารที่คาดกำไรจะโตได้ทั้ง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,เทียบไตรมาสก่อนหน้า ได้แก่ KKP และ TISCO
  • (*) Key to Watch: จับตารายงาน Manufacturing PMI เบื้องต้นของเดือนเม.ย.ของสหรัฐฯและยุโรป 23 เม.ยนี้ Consensus คาดสหรัฐฯโตต่อสู่ 60 ส่วนยุโรปคาดอ่อนตัวเล็กน้อยสู่ 62.2 จาก 62.5

กลยุทธ์การลงทุน : การเกิด Third Wave และการเตรียมใช้มาตรการป้องกันเข้มงวด กดดันตลาด กลยุทธ์แนะ Wait and See รอดูสถานการณ์ แต่หากสถานการณ์ยังไม่สามารถควบคุมได้ และเกิดการ Lockdown เข้มงวดขึ้นอีก ประเมิน SET จะมีฐานอยู่ที่บริเวณ 1490-1469 จุด

ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ กรณีย่อแรงซื้อเก็งกำไรรายกลุ่ม เน้นกลุ่มที่คาดว่าจะ Outperform กลุ่มชิ้นส่วนฯ (HANA, KCE) Consumer Finance (SAWAD) โรงไฟฟ้า (GULF, RATCH, GPSC) กลุ่มสื่อสาร (INTUCH) กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BCH) กลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI, SAPPE) กลุ่มซ่อมแซมบ้าน (HMPRO) และ High Yield (KKP, SPALI) โดยแนะนำน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ 45%

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ SCGP, ICHI, BDMS ส่วนสัปดาห์ก่อน SCGP, CPF, BDMS ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.46% ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -1.11%

1) SCGP (TP 53.00) : ฐานะการเงินพร้อมโอกาสในการ M&A + คาดเข้า MSCI พ.ค. นี้

2) ICHI (TP 15.80) : กำไรปีนี้โตเด่น + เครื่องดื่มกัญชงเป็น First Mover ในตลาด

3) BDMS (TP 27.00) : กำไรปีนี้โต + นายกฯเปิดทางให้รพ.เอกชนนำเข้าวัคซีนได้