TIDLOR จะซิ่งไหม..?

วันนี้ (22 เม.ย.) เป็นวันแรกที่เงินติดล้อ TIDLOR เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอ

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

วันนี้ (22 เม.ย.) เป็นวันแรกที่เงินติดล้อ TIDLOR เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอ

หลักการจองจะคล้าย ๆ กับการจองซื้อหุ้น บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR ที่ใช้รูปแบบ Small Lot First คือ นักลงทุนคนที่เข้ามาจองซื้อหุ้น (ขั้นต่ำ 1,000 หุ้น) จะได้รับจำนวน 1,000 หุ้นแน่นอน

แล้วหากมีการจองเกินจำนวนมากกว่านี้ล่ะ ?

วิสัชนา…. เขาก็จะใช้การเพิ่มเป็นจำนวนทวีคูณของ 100 หุ้น

และหากหุ้นที่นำมาจัดสรร มีจำนวนไม่เพียงพอ

เขาจะนำหุ้นส่วนเกินหรือกรีนชูเข้ามาร่วมจัดสรรให้กับรายย่อยได้

เงินติดล้อ ยังไม่ได้กำหนดราคาไอพีโอว่าจะขายเท่าไหร่

เพียงแต่วางช่วงราคาขายไว้ระหว่าง 34.00 – 36.50 บาทต่อหุ้น

แต่กำหนดให้จ่ายเงินเพื่อจองซื้อหุ้นไว้ที่ระดับราคาสูงสุด คือ 36.50 บาท

หากราคาขั้นสุดท้ายออกมา แล้วต่ำกว่า 36.50 บาท เขาก็จะนำส่งคืนในภายหลัง รวมถึงเงินที่นักลงทุนจองซื้อหุ้นไว้แต่ได้รับการจัดสรรต่ำกว่าจำนวนที่จอง

ระยะเวลาที่จะได้รับเงินคืน ไม่น่าจะแตกต่างจาก OR

หรือจะเป็นไปตามเกณฑ์ หรือประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.

เงินติดล้อไม่ได้ทำธุรกิจให้สินเชื่อทะเบียนรถเพียงอย่างเดียว

ทว่าได้มีการต่อยอดในการทำธุรกิจ “นายหน้าซื้อขายประกันวินาศภัย” ให้ลูกค้ารายย่อยเพิ่มเติม

และทำให้เงินติดล้อมีรายได้ใหม่ ๆ ที่เติบโตอย่างมากเข้ามาเสริม และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น

ล่าสุด สัดส่วนรายได้จากนายหน้าประกันภัยอยู่ที่ประมาณ 8-9% ของรายได้รวมทั้งหมด และที่เหลือมาจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

แม้สัดส่วนรายได้นายหน้าประกันภัยจะยังมีไม่มากนัก

แต่หากเข้าไปดูอัตรากำไร หรือมาร์จิ้นจากธุรกิจประเภทนี้พบว่า มาร์จิ้นมีระดับสูงกว่า 20-25% (เทียบเคียงกับหุ้น TQM)

ประเด็นคือ เมื่อ เงินติดล้อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ว

หุ้นเงินติดล้อจะถูกนำไปเทียบกับหุ้น MTC SAWAD หรือ TQM ดีล่ะ

ในประเด็นที่ใกล้เคียงกันนี้ ก็มีกรณีศึกษาของหุ้น OR ที่แม้ว่าจะเข้ามาซื้อขายในกลุ่มน้ำมัน และส่วนใหญ่กลุ่มฯ นี้เทรดกันที่ P/E ไม่ได้สูงกว่า

ส่วน OR ที่ระดับ P/E  อยู่เฉลี่ย 40 เท่า (ณ ราคา 30.00-30.50 บาท)

มีการวิเคราะห์กันว่า ธุรกิจต่อไปของ OR จะมีสัดส่วนของ “ค้าปลีก” มากขึ้น

ดังนั้น P/E ของ OR ที่ประมาณ 40 เท่า เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มค้าปลีก ก็ถือว่าค่อนข้างเหมาะสม

กลับมา เงินติดล้อกันต่อ

เงินติดล้อมีการนำไปเทียบกับ MTC ที่มี P/E เฉลี่ย 28 เท่า

และนำไปเทียบกับหุ้น SAWAD ที่มีระดับ P/E ประมาณ 26-27 เท่า ส่วนหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์อื่น ๆ จะมี P/E ที่อาจจะสูงและต่ำกว่า MTC – SAWAD บ้าง

ส่วนเงินติดล้อ ณ ราคาไอพีโอ P/E จะอยู่ระหว่าง 32-35 เท่า

P/E ของเงินติดล้อ เมื่อเทียบกับ MTC และ SAWAD จะพบว่าสูงกว่า

แต่หากนำไปเทียบกับ TQM นั้น  เงินติดล้อจะต่ำกว่า

ยังมีการนำไปเทียบเรื่องความสามารถในการทำกำไร และจำนวนสาขาของเงินติดล้อ กับคู่เทียบต่าง ๆ ด้วย

และจะพบว่า ของเงินติดล้อมีรายได้พอ ๆ กับ SAWAD แต่กำไรต่ำกว่า ทำให้ตัวเลข ROE ออกมาใกล้เคียงกับที่ระดับ 22% แต่หากเทียบกับ MTC นั้น เงินติดล้อมีรายได้ต่ำกว่า

และแน่นอนกำไรต่ำกว่าครึ่งต่อครึ่ง

แม้ตัวเลขสำคัญทางการเงินบางตัวจะสู้กับคู่เทียบไม่ได้

เงินติดล้อ มีตัวเลขสำคัญการเงินบางตัวที่ดีกว่าคู่เทียบ เช่น หนีเสียเพียง 1.7% ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ 2.3%

อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ Coverage ratio อยู่ที่ 325% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 133.2% จะเห็นว่าของเงินติดล้อในส่วนนี้จะแกร่งกว่ามาก

เงินติดล้อ บอกว่า อาจจะลดการตั้งสำรองลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรหลังจากเข้าตลาดหุ้นแล้ว

นี่ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าพิจารณา (เชิงบวก)

สรุปแล้ว หุ้นแต่ละตัวมีจุดดีจุดด้อยที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนักลงทุน

ส่วนหุ้นไอพีโอ เงินติดล้อ ราคาจะซิ่งในวันแรกที่เข้าเทรดหรือเปล่า

ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด ณ ขณะนั้น

บวกกับความต้องการ “เก็งกำไร” จากนักลงทุนมากน้อยแค่ไหน

หากมีแรงเก็งกำไร หรือความต้องการของนักลงทุนสูง

ประเด็นเรื่องราคา P/E และตัวเลขสำคัญการเงินต่าง ๆ นั้น

แทบจะชิดซ้ายไปเลย