
TISCO จับตาเงินปันผล
วานนี้ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) แจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,642 ล้านบาท ลดลง 4% จากงวดเดียวกันปีก่อน
วานนี้ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) แจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2568
กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,642 ล้านบาท ลดลง 4% จากงวดเดียวกันปีก่อน และลดง 5% จากไตรมาส 3/2568 ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเป็นไปตามที่บรรดานักวิเคราะห์คาดกันไว้
ตัวเลขสำคัญทางการเงินอื่น ๆ เช่น สินเชื่อ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต้นทุนการดำเนินงาน การตั้งสำรอง ฯลฯ
ทั้งหมดนี้ต่างอยู่ในกรอบเป้าหมายของทิสโก้ หรืออาจจะมี บวก/ลบ ไม่ต่างจากเป้ามากนัก
และเช่นเดียวกันคือ เป็นไปตามการประเมินของนักวิเคราะห์
แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ “เงินปันผล” ทิสโก้จะจ่ายในช่วงงวดครึ่งปีหลังว่าจะออกมาจำนวนเท่าไหร่ หลังจากมีการปันผลระหว่างกาล (ครึ่งปีแรกไปแล้ว) จำนวน 2.00 ต่อหุ้น
บล.กรุงศรี คาดว่าครึ่งปีหลัง ทิสโก้น่าจะจ่ายเงินปันผลอีก 5.75 บาทต่อหุ้น
และเมื่อรวมกับครึ่งปีแรกจำนวน 2.00 บาท รวมเป็น 7.75 บาทต่อหุ้น
มาดูตัวเลขคาดเงินปันผลงวดครึ่งหลังกันก่อน หากคิดออกมาเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลหรือ Dividend yield เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ปิดวานนี้ 110.50 บาท
ยีลด์จะอยู่ที่ระดับ 5.20%
ตัวเลขนี้ถือว่าน่าสนใจ
และนั่นทำให้วานนี้ราคาหุ้นของทิสโก้เคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าในช่วงการเปิดตลาดภาคเช้า จะลงไปอยู่ในแดนลบช่วงสั้น ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาเป็นช่วงราคา 109.00 บาท หนาแน่น และดันราคามาอยู่แดนบวกได้ในที่สุด
สำหรับทิสโก้ ยังถูกจัดเป็นหุ้นในกลุ่มธนาคารที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลเกือบจะสูงสุดในกลุ่มฯ
หรือเป็นรองเพียง บมจ.เอสซีบี เอกซ์ เท่านั้น
ทว่า ราคาหุ้นของทิสโก้ เหมือนว่าจะค่อนข้างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะหลังจากที่มีปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลจากเดิมปีละ 1 ครั้ง มาเป็นปีละ 2 ครั้ง ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2566(จ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ)
หากจำกันได้ ในช่วงที่ทิสโก้ ปันผลปีละ 1 ครั้ง ซึ่งเมื่อขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นทิสโก้จะลงมาค่อนข้างหนักมาก
หรือเกือบจะเท่ากับอัตราปันผลของงวดนั้น ๆ
แต่เมื่อปรับมาเป็น 2 ครั้งต่อปี ทำให้ราคาหุ้นของทิสโก้ ถูกยกระดับขึ้น และมีเสถียรภาพมากขึ้น
วานนี้หลังจากทิสโก้แจ้งงบการเงิน ได้มีการจัดประชุมนักวิเคราะห์ในช่วงสาย ๆ ของวันเดียวกันทันที พร้อมกับมีแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในช่วงภาคบ่าย
ข่าวว่า ทิสโก้ยังคงนโยบายปล่อยสินเชื่อแบบ “รัดกุม”
แต่ก็ยังคงเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 0-5%
โดยมีแผนในการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อประเภทเช่าซื้อ รถยนต์ใหม่ สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และสินเชื่อที่อยู่อาศัย (โฉนดแลกเงิน)
ทิสโก้ ให้ข้อมูลว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 4.8% จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลงในปีก่อน และยังมีโอกาสลงต่อได้อีกในปี 2569
คุณภาพสินทรัพย์เป็นทิศทางที่ดีขึ้น จากนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ตลอดช่วงปี 2568 และการปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกหนี้ในมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งช่วยให้ลูกหนี้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้
หลังการให้ข้อมูลจากผู้บริหารทิสโก้ ทำให้นักวิเคราะห์ เช่น บล.กรุงศรี ประเมินว่า ปี 2569 ทิสโก้ จะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-4% หรือมาอยู่ประมาณ 6.83 พันล้านบาท
ภาพรวมหรือมุมมอของบรรดานักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ “ถือ” สำหรับทิสโก้ (เพราะราคาหุ้นขึ้นมาสูง ทำให้อัพไซด์ของราคาหุ้นมีจำกัด)
เหตุผลเพราะการเป็นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง
บวกกับการเติบโตยังมี “เสถียรภาพ”