อีก 1 ก้าวบนดวงจันทร์ของ GULF

นักลงทุนไทย ซึมซับข้อมูลได้ฉับไวมากแค่ไหนดูได้จากราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF หลังจากที่มีข่าวเสนอควบรวมกิจการครั้งใหญ่ในธุรกิจโทรคมนาคม 2 ราย

พลวัตปี 2021 : วิษณุ โชลิตกุล

นักลงทุนไทย ซึมซับข้อมูลได้ฉับไวมากแค่ไหนดูได้จากราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF หลังจากที่มีข่าวเสนอควบรวมกิจการครั้งใหญ่ในธุรกิจโทรคมนาคม 2 ราย

หลังจากราคา GULF ร่วงแรงหลุดแนวรับสำคัญที่ 33.00 บาทเมื่อปิดตลาดวันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 แต่หลังจากนั้นอีก 2 วันราคาทะลุกลับขึ้นไปปิดตลาดแถว 35.00 บาทหลังจากที่ผู้บริหารของ GULF และนักวิเคราะห์ขาเชียร์ ออกมาสาธยายข้อเท็จจริงและแผนวิศวกรรมการเงินเสนอทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ 2 บริษัทโทรคมนาคมแม่-ลูกขนาดใหญ่ คือ INTUCH และ ADVANC (รายหลัง) ไปตามเกณฑ์ Chain Principle ว่าเป็นข้อเสนอเพื่อ ซื้อหุ้นเพิ่มจากที่เคยถืออยู่บางส่วน ทำให้คาดหมายว่าจะใช้เงินไม่มากเหมือนการเทคโอเวอร์กิจการทั่วไป ความกังวลว่าจะมีสภาพ ปลาเล็กกินปลาใหญ่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

เหตุผลในคำชี้แจงเข้าท่าทีเดียว อาการปริวิตกจึงหายไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาคือราคาหุ้น GULF, INTUCH, ADVANC มีสภาพ โด่ไม่รู้ล้ม ถ้วนหน้า ซึ่งน่าจะเกิดสภาพนี้ไปจนกว่าเงื่อนไขของการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ จบสิ้นลงในเดือนสิงหาคม

ถึงเวลานั้นคงได้รู้ชัดว่า GULF ต้องก่อหนี้เพิ่มมากน้อยแค่ไหน

รายละเอียดเบื้องต้นที่สาธยายมาเท่าที่ประมวลได้มีดังนี้

– GULF เสนอซื้อหุ้นจากนักลงทุนทั่วไปที่ราคาสำหรับหุ้น INTUCH ที่ 65.00 บาท ขณะที่ ADVANC ที่ราคา 122.86 บาท บนเงื่อนไขบริษัทไม่ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ THCOM

– การทำคำเสนอซื้อครั้งนี้ เป็นไปตามกลยุทธ์ Game of the Riches คือการเพิ่มอิทธิพลในกิจการเป้าหมาย แต่ไม่เทคโอเวอร์ เพื่อลดความเสี่ยงของการจมในกองหนี้ของบริษัทเป้าหมายที่เป็นแค่ วัวที่ให้น้ำนมเป็นเงินสด(CashCow) ที่เติบโตช้าลง แต่ยังมีกำไรสูงเพียงพอ

– วิธีการซื้อ จะใช้เงินสดจากเงินกู้ระยะสั้น “บริดจ์โลน” จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ 15 แห่งมูลค่า 150 พันล้านบาท (ในกรณีคนขายให้ทั้งหมด) แล้วออกหุ้นกู้ตลอดชีพ (Perpetual Bond) ออกมาขายเพื่อใช้หนี้สถาบันการเงิน แต่เป้าหมายคือต้องการสัดส่วนหุ้นที่ถือใน INTUCH เพียงแค่ไม่เกินร้อยละ 30 และ ADVANC อีกไม่เกินร้อยละ 30 เช่นกัน เพื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด โดยไม่ต้องเข้ามานั่งบริหารเอง

– ทางเลือกของ GULF หลังดีลจบ มีหลายทางออกจากกองหนี้ที่สุมกันเข้ามาคือ ก) จับมือกับบลจ.ออกกอองทุน IFF มาซื้อสินทรัพย์ พวกโรงไฟฟ้า หรือ เครือข่ายโทรคมนาคมจาก GULF หรือ ADVANC เพื่อลดหนี้ และสร้างรายได้จากการถือกองทุนแทน ข) ผ่องถ่ายหุ้น INTUCH-ADVANC บางส่วน ให้กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ถือครองแทน ค) ในกรณีผิดคาด มีคนเสนอขายหุ้นจน GULF สามารถถือครอง INTUCH เกินร้อยละ 50 ก็จะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะ INTUCH เป็น บริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีเงินทุน 4 หมื่นล้านบาทมีหนี้เพียง 8 พันล้านและ D/E Ratio น้อยกว่า 1 เท่า ก็สามารถยื่นงบการเงินรวมได้เพื่อให้อัตราส่วน D/E ของทั้งสองบริษัทรวมกัน

– สำหรับแผนยุทธศาสตร์ธุรกิจที่จะปรับให้ INTUCH-ADVANC ปรับมาทำรายได้จากธุรกรรมแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) กับธุรกิจโทรคมนาคมแบบธุรกิจกับลูกค้า (B2C) ของอินทัชเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมีฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 40 ล้านคน เป็นแค่การหาเหตุผลให้ดูดีตามสูตร ไม่ได้มีความหมายเท่าใดนัก

ก้าวย่างจากนี้ไปของ GULF จึงเปรียบได้ เสมือนคำพูดของนีล อาร์มสตรอง เมื่อครั้งเหยียบดวงจันทร์กับยานอะพอลโล 7 ที่ว่า นี้เป็นก้าวเล็ก ๆ แต่เป็นการก้าวกระโดดของมนุษยชาติ…ยังไงยังงั้น