PTT ปรับพอร์ตไฟฟ้า

หลังจากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ลูกคนที่ 5 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเมื่อปี 2558 ในแง่ธุรกิจเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด แถมสร้างความฮือฮาด้วยการทุ่มงบ 93,000 ล้านบาท เข้าเทกโอเวอร์บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ซึ่งเป็นดีลใหญ่หลังจากเข้าตลาดฯ มาได้ไม่นานอีกต่างหาก...

สำนักข่าวรัชดา

หลังจากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ลูกคนที่ 5 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเมื่อปี 2558 ในแง่ธุรกิจเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด แถมสร้างความฮือฮาด้วยการทุ่มงบ 93,000 ล้านบาท เข้าเทกโอเวอร์บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ซึ่งเป็นดีลใหญ่หลังจากเข้าตลาดฯ มาได้ไม่นานอีกต่างหาก…

กลายเป็นปลาเล็กกินปลาใหญ่…ทำให้พอร์ตไฟฟ้าของ GPSC ใหญ่ขึ้นทันตา มีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดด..!!

เห็นได้ชัดก่อนหน้านี้ GPSC มีรายได้อยู่ที่ระดับ 20,000 ล้านบาท กำไรสุทธิราว 3,000 ล้านบาท แต่หลังจากได้ GLOW เข้ามาอยู่ในพอร์ต รายได้พุ่งพรวดแตะ 70,000 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปาไป 7,000 ล้านบาท

เรียกว่า ไฟฟ้าของ GPSC สว่างไสวโชติช่วงชัชวาลเลยทีเดียว…

หลังจากนั้นก็มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ GPSC…โดยย้อนไปกลางปี 2563 PTT ประกาศปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่ม โดยซื้อหุ้น GPSC เพิ่มจากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP สัดส่วน 8.91% คิดเป็นมูลค่า 16,882 ล้านบาท ทำให้ PTT ถือหุ้นเพิ่มเป็น 31.72% จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 22.81%

เป็นการปรับโครงสร้างทุนที่ชัดเจน จากเดิมมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3-4 เจ้า เป็นกลุ่ม PTT

ล่าสุด PTT ก็ควงแขนบริษัทลูก บริษัท สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (SMH) ไปซื้อหุ้น GPSC จากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เพิ่มอีก 12.73% ในราคา 70 บาท คิดเป็นมูลค่า 25,126 ล้านบาท

ส่งผลให้ PTT และ SMH ถือหุ้น GPSC รวมกันเป็น 44.45% ขณะที่ PTTGC จะเหลือถือหุ้น GPSC แค่ 10% เท่านั้น

การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้าในกลุ่ม PTT เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ผ่านบริษัทแฟล็กชิป ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของ PTT จากเดิมถือหุ้นกระจัดกระจายผ่านทั้ง TOP และ PTTGC ซึ่งหากถือหุ้นเกิน 20% บางรายการอาจต้องรอเห็นชอบจากบอร์ด TOP และ PTTGC เสียก่อน ทำให้ไม่มีความคล่องตัว

ดังนั้น เมื่อ PTT ถือหุ้นใหญ่ GPSC สัดส่วน 44.45% ก็จะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ จะไปลงทุนอะไรก็มีความคล่องตัวมากขึ้น

ในมุมของ TOP และ PTTGC เอง จะได้มีเวลาไปโฟกัสธุรกิจที่ตัวเองถนัดมากขึ้น อย่าง TOP ก็เน้นธุรกิจโรงกลั่น โดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ที่ยังต้องใช้สรรพกำลังอีกมาก

ส่วน PTTGC เน้นธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งจะหันไปโฟกัสปิโตรเคมีปลายน้ำมากขึ้น ก็จะได้เงินสดเข้ามา 25,000 ล้านบาท เพื่อรองรับดีล M&A บริษัทระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกหลายดีล…

งานนี้จะมองว่าเป็นการรับอัดฉีดเงินสดจากแม่ PTT ก็คงไม่ผิดหรอกมั้ง…

เบื้องต้นประเมินว่า PTTGC จะมีกำไรจากการขายหุ้น GPSC ราว 8,600 ล้านบาท เนื่องจาก PTTGC มีต้นทุนหุ้น GPSC อยู่ที่ 35.50 บาท

นั่นเท่ากับว่า งบไตรมาส 2/2564 ของ PTTGC ก็คงโป่งพองน่ะสิ..!?

แหม๊…PTT ลุยปรับพอร์ตไฟฟ้า แต่ธุรกิจปิโตรฯ อย่าง PTTGC รับทรัพย์ไปเต็ม ๆ…

…อิ อิ อิ…