VPO นำทีมบวก 11% รับ “บอร์ดปาล์มน้ำมัน” ยืดส่งออกยาวถึง ก.ย.64 พยุงราคา!

VPO นำทีมบวกเกือบ 11% ขานรับข่าวดี "บอร์ดปาล์มน้ำมัน" ยืดเวลาส่งออกปาล์มยาวถึง ก.ย.64 หวังพยุงราคา!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นในกลุ่มปาล์มน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO ล่าสุด ณ เวลา 14.52 น. อยู่ที่ระดับ 1.42 บาท ปรับตัวขึ้น 0.14 บาท หรือ 10.94% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 57.74 ล้านบาท

อีกทั้ง บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE อยู่ที่ระดับ 1.99 บาท ปรับตัวขึ้น 0.02 บาท หรือ 1.02% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 58.64 ล้านบาทและ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC อยู่ที่ระดับ 5.50 บาท ปรับตัวขึ้น 0.05 บาท หรือ 0.92% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 58.64 0.28 ล้านบาท

โดยการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ เกิดจากสาเหตุที่ทาง คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้ขยายระยะเวลาส่งออกจากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค.64 ออกไปเป็นเดือน ก.ย.64 จะส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันยังมีทิศทางที่ดี โดยจะส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียนผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันในแง่ของราคาขาย ที่จะช่วยหนุนผลประกอบการในปี 2564

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบโครงการขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม โดยเน้น 6 ผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ 1.สารหล่อลื่นพื้นฐาน 2.น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ 3.ผงซักฟอกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (สารตั้งต้น MES) 4.น้ำมันหล่อลื่นและจาระบีชีวภาพ 5.พาราฟิน และ 6.สารกำจัดศัตรูพืช/แมลง

ทั้งนี้ จากการประเมินปริมาณผลผลิตน้ำมันปาล์มของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.64 อาจทำให้ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ยังไม่ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลทำให้ราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปรับตัวลดลง ที่ประชุมจึงได้พิจารณาเห็นชอบขยายระยะเวลาส่งออก จากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค.64 ออกไปเป็นเดือน ก.ย.64 และขยายเวลาโครงการขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าฯ ที่จะสิ้นสุดในเดือน ส.ค.64 ออกไปเป็นเดือน ธ.ค.64

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันให้โรงงานและลานเทรับซื้อผลปาล์มดิบตามโครงสร้างราคาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกดราคา และเร่งรัดการติดตั้งเครื่องมือวัดปริมาณน้ำมันปาล์ม เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมสต็อกน้ำมันปาล์ม จากนั้น กนป.ได้เห็นชอบ แผนปฏิบัติการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ จ.กระบี่ จ.ตรัง และ จ.สุราษฎร์ธานี