วิตกอุปทานตลาดโลกสูงเกินไปฉุดน้ำมันดิบปิดร่วง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (28 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่สูงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรายงานว่า อิหร่านเตรียมส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 1.29 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิด (28 ธ.ค.) ที่ 36.81 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ.ลดลง 1.27 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 36.62 ดอลลาร์/บาร์เรล

ภาวะการซื้อขายในตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังคงเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลกสูงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการปิโตรเลียมอิหร่านระบุว่า อิหร่านมีความพร้อมที่จะส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านบาร์เรล/วัน ในอีก 6 เดือนข้างหน้า หลังจากที่ชาติตะวันตกประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 3,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.179 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้ กล่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ยังคงไม่มีแนวโน้มปรับลดกำลังการผลิต แต่ชาติสมาชิกกลับเร่งส่งออกมากขึ้นเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้ผลผลิตน้ำมันของโอเปกพุ่งขึ้นมากกว่า 31.5 ล้านบาร์เรล/วัน

โอเปกออกรายงานคาดการณ์ว่า อุปสงค์สำหรับน้ำมันดิบของโอเปกในปี 2020 จะต่ำกว่าปี 2016 ขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกยังคงเดินหน้าการผลิต แม้ว่าราคาน้ำมันยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โอเปกคาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันดิบของโอเปกในปี 2020 จะอยู่ที่ 30.7 ล้านบาร์เรล/วัน เทียบกับระดับ 30.9 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2016 และต่ำกว่าราว 1 ล้านบาร์เรลจากระดับที่มีการผลิตในปัจจุบัน

นอกจากนี้ โอเปกยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานจากประเทศนอกกลุ่มโอเปก สู่ระดับ 5.19 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2020 เพิ่มขึ้นจากระดับ 4.50 ล้านบาร์เรล/วันในรายงานปีที่แล้ว