8 หุ้นเทคโนฯกำไรโตเด่นกูรูประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ”

จัด 8 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกำไร Q1/59 โตโดดเด่น สวนภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายทะลัก กูรูประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” ชูแนวโน้มกำไรแกร่ง พื้นฐานสุดสตรอง!

จัด 8 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกำไร Q1/59 โตโดดเด่น สวนภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายทะลัก กูรูประสานเสียงเชียร์ ซื้อ” ชูแนวโน้มกำไรแกร่ง พื้นฐานสุดสตรอง!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บจ.) ในกลุ่มเทคโนโลยี โดยใช้เกณฑ์คัดเลือก บจ. ที่ผลประกอบการไตรมาส 1/59 (สิ้นสุด 31 มี.ค.59) ที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามี 8 บริษัทที่มีความน่าสนใจดังนี้

 

อันดับ 1 บริษัท ซินเน็ค จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 99.00 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.13 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 79.79 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.10 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดการจัดจำหน่ายสินค้าและให้บริการเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งมีการบริหารผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลตอบแทนโดยรวมที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น 

บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SYNEX ราคาเป้าหมาย 6.88 ด้วยปัจจัยหนุนจากยอดขายโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อีกทั้งบริษัทยังสามารถเพิ่มการขายจากสินค้ากลุ้ม Commercial มากขึ้น ขณะที่มีการปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริการลง นอกจากนี้ยังมีการวางแผน M&A กับบริษัทที่อยู่ในตลาดเดียวกัน และการเพิ่มยอดขายอย่างมีเสถียรภาพจากการบุกตลาดใน Indochina ขณะที่บริษัทเตรียมนำบริษัทลูก Prism Solution เข้าจดทะเบียนในปี 2560

 

อันดับ 2 บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 มีกำไรสุทธิ 700.30 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.64 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 540.11 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ0.49 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น THCOM ที่ราคาเป้าหมาย 47.00 บาทต่อหุ้น หลังมีกำไรปกติเติบโต 26% จากปีก่อนรวมถึงมองว่าการเปิดตัวดาวเทียมไทยคม 8 จะช่วยผลักดันราคาหุ้น

 

อันดับ 3  บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PT รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 39.28 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.277 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 149% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.78 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.111 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น  

บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PT ที่ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท หลังประมาณการทั้งปี 2559 ที่ 144 ล้านบาท ทั้งที่ไม่ใช่ช่วง High Season

 

อันดับ 4 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 1.97 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.57 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.06 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นเนื่องจาก ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มทรู ส่วนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีรายได้จากการให้บริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยมี

บล.ทิสโก้ แนะนำ “ถือ” หุ้น TRUE หลังธุรกิจบรอดแบรนด์ยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 6.8 หมื่นรายจากไตรมาสก่อน ในขณะที่ รายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้าหนึ่งคนฟื้นตัวขึ้นเป็น 665 บาท/ราย/เดือน เนื่องมาจากผู้ใช้บริการพรีเมี่ยมแพคเกจ

 

อันดับ 5 บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 รวมบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 89.11 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.17 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 73.51 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.14 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวมีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายและได้รับเงินสนับสนุนการขายจากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น

บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท หลังมองว่าธุรกิจมือถือเติบโตโดดเด่นและเติบโตของการขยายกิจการในพม่า รวมถึงมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งธุรกิจบริหารหนี้เสีย (สูงกว่าธุรกิจปล่อยเช่าและมือถือถึง 3-5 เท่า)

 

อันดับ 6 บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 75.47 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.0121 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 397.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.15 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.0024 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานมีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น โดยมาจากได้เข้าร่วมโครงการของ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)ซึ่งจัดโครงการให้กับลูกค้าของเอไอเอส สามารถนำมือถือเก่าในระบบ 2G มาแลกเป็นมือถือใหม่ในระบบ 3G

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “เก็งกำไร” TWZ ที่ราคาเป้าหมาย 0.36 บาท พร้อมย้ำเป้าปี 59 รายได้ทะยาน 10-15% จากปีก่อน ด้านโบรกเกอร์ ชี้เปลี่ยนยุค 4G หนุนยอดขายมือถือสนั่น

 

อันดับ 7 บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 11.19 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.04 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 137% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.72 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานมีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้ Cloud Solution ร้อยละ 87 ส่วนบริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (Internet Access) และบริการ Co-Location ก็ยังคงมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 และร้อยละ 9 ตามลำดับ

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” INET ด้านเทคนิคโครงสร้างราคาปรับตัวลงลึกจนเข้าสู่แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ประกอบกับกลุ่มกราฟแท่งเทียนส่งสัญญาณฟื้นตัว ประกอบกับสัญญาณที่ Oversold ทำให้เชื่อว่า INET น่าจะสามารถเข้าเก็งกำไรได้ต่อ พร้อมให้แนวรับ 4.12-4.20 บาท ส่วนแนวต้าน 4.38-4.56 บาท

 

อันดับที่ 8  บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/59 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.59 (รวมบริษัทย่อย)มีกำไรสุทธิ 106.36 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.11 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 88.61 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.09 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจให้บริการรายย่อย ทำให้ภาพรวมของกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น

บล.เออีซี แนะนำ “ซื้อ” หุ้น FORTH ให้ราคาเป้าหมาย 11.00 บาท ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ เติบโต การฟื้นตัวของธุรกิจโทรคมนาคม บวกโอกาสเกิดความสำเร็จจากธุรกิจตู้เติมเงินที่ฟิลิปปินส์ FORTH ถือหุ้น 100%

 

โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลดีจากอานิสงส์การประมูลคลื่น 4G มาตั้งแต่ปลายปี 58 ด้านผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นสวนภาวะเศรษฐกิจซบเซา จึงเป็นที่น่าจับตาว่าในไตรมาสถัดไปหุ้นในกลุ่มนี้จะยังสามารถทำกำไรได้โดดเด่นต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัว

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน