ดอลล์อ่อนค่าหลังตลาดคาดเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโร (1 ก.ค.) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1121 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1067 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.3258 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3238 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเพิ่มขึ้นแตะ 0.7485 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7439 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบเยนที่ระดับ 102.53 เยน จากระดับ 103.28 เยน และลดลงเมื่อเทียบฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9751 ฟรังก์ จากระดับ 0.9784 ฟรังก์ ในขณะที่ขยับลงเมื่อเทียบดอลลาร์แคนาดา แตะที่ 1.2902 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.2977 ดอลลาร์แคนาดา

สกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงหลังจากนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งเท่านั้นในปีนี้ และคาดว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกไปจนถึงปี 2561 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว อย่างไรก็ตาม นายบุลลาร์ดคาดว่า โอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยนั้น มีน้อยมาก

การแสดงความเห็นครั้งล่าสุดของนายบุลลาร์ดนั้น ถือเป็นการย้ำมุมมองเดิมที่เขาเคยกล่าวไว้ในช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทำให้เฟดไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งเป็นเวลานานถึง 2 ปีครึ่ง หรือจนกว่าจะผ่านพ้นปี 2018