
“แอสเซทพลัส” ส่ง 4 กองทุนลุย AI รับโอกาสเติบโตทั่วห่วงโซ่อุตสาหกรรม
บลจ.แอสเซท พลัส มอง AI เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่สุดของโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า หลังการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกยังขยายตัวต่อเนื่องและเริ่มส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจจริง พร้อมเปิด 4 กองทุนเด่น ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ AI ตั้งแต่หุ้นเทคโนโลยี ชิปเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ไปจนถึงกลยุทธ์เฮดจ์ฟันด์ เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสการเติบโตของ AI Ecosystem ได้อย่างรอบด้าน
นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯเชื่อว่า AI มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่สำคัญที่สุดของโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า จึงได้พัฒนากองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในหลากหลายมิติของ AI เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงและมุมมองการลงทุน ผ่าน 4 กองทุนเด่น ได้แก่ 1.กองทุน AI Core Growth: กองทุน ASP-AIEQ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในธีม AI แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทั่วโลก ผ่านการคัดเลือกหุ้น AI เชิงรุก โดยเน้นบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตสูง มีอำนาจการกำหนดราคา และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากวัฏจักร AI ระยะยาว
2.กองทุน Asia Semiconductor: กองทุน A-SEMI เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเน้นลงทุนใน “หัวใจการผลิต” ของระบบ AI โลก ผ่านหุ้น Semiconductor ในเอเชีย ผ่านกองทุนหลัก Global X Asia Semiconductor ETF (3119 HK) ซึ่งมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI Infrastructure และ Memory Cycle ที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
3.กองทุน AI Grid Infrastructure: กองทุน A-GRID เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสจาก “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” ซึ่งกำลังกลายเป็นคอขวดสำคัญของ AI โลก ผ่านการลงทุนใน “หัวใจ” ของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ผ่านกองทุนหลัก First Trust NASDAQ® Clean Edge® Smart Grid Infrastructure Index Fund (GRID) รับโอกาสเติบโตไปกับรากฐานพลังงานที่โลกยุคดิจิทัลและ AI ขาดไม่ได้
4.กองทุน AI Hedge Fund Strategy: กองทุน ASP-POINTAI-UI กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุน AI แบบยืดหยุ่น ผ่านกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก Point72 Turion ซึ่งใช้กลยุทธ์ Long/Short ในหุ้น AI เพื่อสร้างโอกาสการทำกำไรทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลงพร้อมบริหารความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนใน AI ในระยะถัดไป จะไม่ได้วัดกันเพียงการเลือก หุ้นผู้ชนะ รายตัว แต่เป็นการเข้าใจ โครงสร้างของระบบ AI โลก ทั้ง Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ชิป พลังงาน โครงข่ายไฟฟ้า ไปจนถึงการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระดับเศรษฐกิจจริง โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ อาจเป็นหนึ่งใน Megatrend สำคัญที่สุดของโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
นายคมสัน กล่าวว่า ปัจจุบันสหรัฐอเมริกายังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของการพัฒนา AI ทั้งในด้านเทคโนโลยี เงินทุน และนวัตกรรม โดยเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเติบโตต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน AI ก็กำลังขยายตัวจากระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Layer) ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ (Application Layer) มากขึ้น ทั้งในด้านซอฟต์แวร์ ระบบอัตโนมัติ ความปลอดภัยไซเบอร์ และการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ การแพทย์ และการเงิน
นอกจากนี้ การเติบโตของ AI ยังส่งผลให้ความต้องการด้านพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจาก AI Data Center ขนาดใหญ่ ส่งผลให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Power & Grid Infrastructure) กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเติบโตในอุตสาหกรรม AI ขณะที่ห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor ในเอเชียยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการผลิตชิป หน่วยความจำ และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อระบบ AI ทั่วโลก

