
KTAM จ่ายปันผล-ลดทุน 4 กองทุน กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน-อสังหา พร้อมกัน 16 มิ.ย.นี้
KTAM ชี้จังหวะลงทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน-อสังหาฯ เด่น รับดอกเบี้ยขาลง เคาะปันผล-ลดทุน 4 กองทุน สูงสุด 0.4816 บาทต่อหน่วย พร้อมกันวันที่ 16 มิ.ย.นี้
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอยู่ในจังหวะที่เอื้อต่อการลงทุนในกลุ่ม Infrastructure Fund และ Property Fund เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวลดลงจากเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้การลงทุนในกลุ่ม Yield Play มีความน่าสนใจขึ้น อีกทั้งช่วยกระจายความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศที่ยังมีความผันผวน และมีโอกาสสร้างกระแสเงินสด (Passive Income) ให้กับพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยภาพรวมกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นสาธารณูปโภคจำเป็นที่มีรายได้ผันผวนต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจ
โดยในช่วงที่ผ่านมา KTAM ยังคงสามารถสร้างผลงานได้ดีต่อเนื่องในการบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จึงได้กำหนดจ่ายเงินปันผลและลดทุนจากกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569 และกำไรสะสม พร้อมกันจำนวน 4 กองทุน ในวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ดังนี้
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF) ซึ่งลงทุนในสิทธิการเช่าของสิ่งปลูกสร้างบางส่วนในโครงการตลาดไท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 62 ในอัตรา 0.2318 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 4 ที่อัตรา 0.2498 บาท ต่อหน่วย รวมจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุน จำนวน 0.4816 บาทต่อหน่วย
และกลุ่มกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี (KBSPIF) ซึ่งลงทุนในสิทธิในผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าในสัดส่วนร้อยละ 62% ของรายได้ค่าไฟฟ้าจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ บจก.ผลิตไฟฟ้าครบุรี กับ กฟผ. และภายในกลุ่มน้ำตาลครบุรี สัญญาเข้าลงทุนมีระยะเวลาถึงปี 2582 จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาโอกาสรับกระแสรายได้จากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 23 ในอัตรา 0.2230 บาทต่อหน่วย
ลำดับถัดมาคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) ซึ่งลงทุนในสิทธิในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 กำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 41 ในอัตรา 0.0191 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 19 ในอัตรา 0.2000 บาทต่อหน่วย รวมจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุน จำนวน 0.2191 บาทต่อหน่วย
และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) ลงทุนในสิทธิในรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางสุทธิ ที่จัดเก็บได้จากโครงการทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งบริหารโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยสัญญาเข้าลงทุนของกองทุนจะสิ้นสุดปี 2591 โดยกำหนดจ่ายปันผลครั้งที่ 30 ในอัตรา 0.1204 บาทต่อหน่วย

