KTC ชู Payment Engine ขับเคลื่อนธุรกิจ SME รับออนไลน์-ต่างชาติโตแรง

KTC เผยธุรกรรมร้านค้าสมาชิก KTC ช่วง 5 เดือนแรกปี69 เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการชำระเงินออนไลน์และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนบทบาทของระบบชำระเงินที่ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางรับเงิน แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และการเติบโตของธุรกิจ


นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า จากข้อมูลและประสบการณ์ทำงานร่วมกับร้านค้าสมาชิกทั่วประเทศ เคทีซีพบว่าผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายและชำระเงินด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า การสร้างความสะดวกในทุกจุดสัมผัส และการใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่าที่เคย ระบบรับชำระเงินอาจเป็นเพียงงานหลังบ้านของธุรกิจ แต่แท้จริงในทางปฏิบัติวันนี้ ‘Payment’ เป็นมากกว่าช่องทางรับเงิน เป็นตัวเร่งการเติบโตของร้านค้า เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่าที่หลายธุรกิจคาด ลูกค้าไม่ได้เลือกเพียงสินค้า ราคา หรือโปรโมชัน แต่เลือกความสะดวกในการจ่ายเงินด้วย

โดยข้อมูล Payment Data Indicators จากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนมีนาคม 2569 สะท้อนว่าการชำระเงิน e-Payment ของคนไทยเติบโตต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต / บัตรเดบิต / Thai QR PromptPay / e-money / Internet & Mobile Banking โดยแต่ละรูปแบบตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่าง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้ใช้วิธีชำระเงินรูปแบบเดียวในทุกสถานการณ์อีกต่อไป แต่เลือกวิธีชำระเงินตามประเภทสินค้าและประสบการณ์ที่ต้องการมากขึ้น ส่งผลให้ระบบชำระเงินไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอีกต่อไป

แต่กลายเป็น ‘กลไกสำคัญที่ส่งผลต่อการปิดการขาย’ และโอกาสในการกลับมาซื้อสินค้า/บริการซ้ำของลูกค้า SME ที่มีทางเลือกการรับชำระเงินครบ สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าและมีทางเลือก เช่น การผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตสำหรับสินค้ามูลค่าสูง จะมีโอกาสปิดการขายได้มากกว่า หากร้านค้ามีลูกค้า 100 คน และมี 20 คน ที่พร้อมซื้อ แต่ไม่สามารถจ่ายด้วยวิธีที่ต้องการได้ โอกาสทางธุรกิจเหล่านั้นอาจหายไปทันที

นางสาวเนาวรัตน์ กล่าวว่า เคทีซีให้บริการระบบรับการชำระเงิน Digital Payment สำหรับธุรกิจร้านค้ามีหน้าร้านและร้านค้าออนไลน์ รองรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต (วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เจซีบี ยูเนี่ยนเพย์ และ ITMX) พร้อมเพย์ (PromptPay) และอาลีเพย์พลัส อี-วอลเลตกว่า 30 ประเทศ (Alipay+ e-wallets) จากข้อมูลร้านค้าสมาชิกของเคทีซีในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณรายการเติบโต 6.8% และมูลค่าเติบโต 7% โดยเฉพาะรายการชำระเงินออนไลน์เติบโต 13.8% และการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย Alipay+ และบัตรเครดิตเติบโตถึง 19.6% กับมูลค่าเฉลี่ยต่อรายการกว่า 4,000 บาทต่อบิล

สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงกำลังซื้อในช่องทางออนไลน์และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ นอกจากการรับชำระเงินแล้ว “Data” ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้ลึกขึ้น ทั้งช่วงเวลาที่มียอดขายสูง ประเภทสินค้าที่สร้างรายได้ และแนวโน้มการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการบริหารสต็อกสินค้า วางแผนการตลาด และบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจที่ได้เปรียบในอนาคตอาจไม่ใช่ธุรกิจที่มีลูกค้ามากที่สุด แต่เป็นธุรกิจที่เข้าใจข้อมูลของลูกค้าได้ดีที่สุด เพราะข้อมูลช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำ และลดต้นทุนจากการลองผิดลองถูก

สภาพคล่องยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ SME โดยเฉพาะในปี 2569 ที่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญความ ไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การได้รับเงินเร็วขึ้นช่วยให้ร้านค้าบริหารเงินหมุนเวียน เพิ่มรอบหมุนสินค้า วางแผนสต็อก และต่อยอดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคทีซีให้ความสำคัญกับบริการรับชำระเงินแบบครบวงจรภายใต้จุดแข็ง 4S ได้แก่ ‘Speed’ อนุมัติร้านค้าไว ร้านค้าได้รับเงินเร็วเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยในวันที่รูด เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ​ พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและการโอนเงิน ‘Service’ รายงานและใบกำกับภาษีอิเล็คทรอนิกส์

พร้อมบริการดูแลร้านค้าสมาชิกที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน (24/7) ‘Stability’ ให้ความสำคัญกับความเสถียรของระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับร้านค้าและผู้บริโภค พร้อมรองรับรายการธุรกรรมจำนวนมากขึ้นสนับสนุนธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน และ ‘Secure’ วางใจได้ว่าทุกธุรกรรมจะปลอดภัยด้วยมาตรฐานสากล มีการติดตามและมอนิเตอร์รายการอย่างต่อเนื่อง ป้องกันรายการธุรกรรมต้องสงสัยในการชำระเงิน

เคทีซียังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและธุรกรรมการชำระเงิน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล สำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน รวมถึงมาตรฐานด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ISO/IEC 27001: 2022 และมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ISO/IEC 27701: 2019 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับร้านค้าและผู้บริโภคในทุกธุรกรรม

ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐ ภาคสมาพันธ์ผู้ประกอบการและภาคเอกชน เห็นตรงกันว่า การเติบโตของ SME ในอนาคตจะไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารสภาพคล่อง การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ การเข้าถึงเทคโนโลยี และความสามารถในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างทันท่วงที ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทยในเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญในเวทีเสวนาเห็นตรงกันว่า ควรมีองค์ประกอบสำคัญอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่ 1. ระบบบัญชีและข้อมูลทางการเงินที่สามารถตรวจสอบได้ 2. การบริหารกระแสเงินสดอย่างมีวินัย 3. ความสามารถในการใช้ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการขายประกอบการตัดสินใจ 4. ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและระบบรับชำระเงินที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว

Back to top button