บอร์ด BA ไฟเขียวทุ่ม 2 พันล้าน ซื้อหุ้นเพิ่มทุน UTA หนุนสนามบินอู่ตะเภา

บอร์ด BA อนุมัติลงทุนซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน “อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น หรือ UTA” วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสัดส่วนถือหุ้น 40% และสนับสนุนโครงการสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก


บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน2569 ได้พิจารณาตามหลักความระมัดระวังและมีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าทำธุรกรรมการลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด(UTA) คิดเป็นเงินลงทุนจำนวน 2,000 ล้านบาท

โดยปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ของบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจการพัฒนาและบริหารสนามบินในโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีทุนจดทะเบียนและทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วจำนวน 15,0000 ล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากบริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด มีความจำเป็นที่จะซื้อทรัพย์สินและเตรียมความพร้อมต่อการดำเนินงานโครงการสนามบินอู่ตะเกาและเมืองการบินภาคตะวันออก จึงได้มีหนังสือแจ้งการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากจำนวน 15,0000 ล้านบาทเป็น 20,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 5,000 ล้านบาท โดย BA จะเข้าลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม 40% คิดเป็นจำนวน 20 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมมูลค่าเงินลงทุน 2,000 ล้านบาท

สำหรับแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการเข้าทำรายการดังกล่าว จะมาจากเงินทุนภายในของบริษัทฯ โดย BA คาดว่าจะได้รับประโยชน์และผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว ทั้งในรูปแบบเงินปันผลและผลกำไรจากเงินลงทุน

การเข้าลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด จัดเป็นรายการที่มีหรืออาจจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยขนาดรายการรวมสูงสุดตามเกณฑ์มูลค่าของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิเท่ากับร้อยละ 38.22 ซึ่งได้พิจารณารวมกับขนาตรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามเกณฑ์เดียวกันในระยะเวลา 6 เดือนย้อนหลังแล้ว (อ้างอิงข้อมูลจากรายงานการสอบทานและข้อมูลทางการเงินระหว่างกาล สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชี)

เนื่องจากขนาตรายการของธุรกรรมรวมดังกล่าวมีมูลค่าเท่ากับร้อยละ 15 หรือสูงกว่า แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 จึงจัดเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภทที่ 2 ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 20/25551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข้าข่ายเป็นการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเติม) และประกาศคณะกรกรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.พ.ศ. 2547 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (‘ประกาศการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์”) ซึ่งกำหนดให้บริษัทฯ ต้องเปิดเผยสารสนเทศและข้อมูลเกี่ยวกับธรกรรมการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทฯ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์”) และจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับธุรกรรมการใต้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทฯ ภายใน 21 วันนับแต่วันที่บริษัทฯ เปิดเผยการทำธุรกรรมดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์

Back to top button