“เมย์แบงก์” ชู TLI พื้นฐานเด่น ลุ้น APE ฟื้นตัว-ปันผลสูง 6% เคาะเป้า 15 บาท

บล.เมย์แบงก์ฯ (MST) แนะนำซื้อ TLI ราคาเป้าหมาย 15 บาท ชี้ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และเงินปันผลจูงใจระดับ 6% พร้อมประเมินยอดขายเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (APE) จะกลับมาเติบโตเด่นตั้งแต่ไตรมาส 3/69 ขณะที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ระบุว่า แนะนำซื้อ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ราคาเป้าหมาย 15 บาท คาดการณ์กำไรหลักในช่วงปี 2569-2571 เติบโต 7% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 6% ขณะที่มูลค่าหุ้น (Valuation) อยู่ในระดับที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ อัตราการเคลมประกันมีการปรับตัวดีขึ้น และยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ดีในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ภายหลังจากการเริ่มบังคับใช้นโยบายร่วมจ่าย (Copay) ทั่วทั้งอุตสาหกรรม นอกจากนี้บริษัทกำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เกี่ยวกับการกำหนดเบี้ยประกันภัยตามความเสี่ยงเฉพาะบุคคล (Individual Risk-Based Pricing) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถคิดเบี้ยประกันได้เหมาะสมยิ่งขึ้นตามประวัติการเคลมของลูกค้า โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2570 ประเด็นนี้จะช่วยขับเคลื่อนให้แนวโน้มยอดเคลมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาวของธุรกิจประกันสุขภาพ

ด้านยอดขายเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (APE) คาดการณ์ว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และจะกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ภายในไตรมาส 3/2569 นอกจากนี้การมุ่งเน้นไปที่โซลูชันใหม่ “LifeVerse” เชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยเพิ่มการเติบโตของ APE ในระยะยาวได้มากกว่า 5% ต่อปี และยังคงเน้นย้ำถึงโอกาสครั้งสำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์โรคร้ายแรง (Critical Illness) เนื่องจากยังมีอัตราการเข้าถึง (Penetration) ที่ต่ำ มีอัตรากำไร (Margin) สูง และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

นอกจากนี้ TLI มีอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) ที่แข็งแกร่งถึง 463% ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout) แต่อาจจะทยอยปรับเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีความยั่งยืน สำหรับการควบรวมกิจการ (M&A) ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือก แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีดีลใดๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาก็ตาม ขณะที่การซื้อหุ้นคืนถือเป็นทางเลือกที่ผู้บริหารให้ความสนใจน้อยที่สุด เนื่องจากมองว่าอาจจะยิ่งทำให้สภาพคล่องของหุ้นน้อยลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับตัวที่ดีขึ้นของยอดเคลม การฟื้นตัวของ APE และการทยอยเพิ่มเงินปันผล จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญในการปรับมูลค่าหุ้น และจะช่วยเสริมให้สภาพคล่องของหุ้น TLI ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับในอนาคต

Back to top button