LH BANK เร่งเครื่องปั๊มสินเชื่อ SME เข้าเป้า 6 พันล้าน ชู Trade Finance โตแกร่ง

LH BANK ยืนเป้าสินเชื่อ SME ปีนี้ 6,000 ล้านบาท มั่นใจทำได้ตามเป้าหมาย ยอมรับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอ-สงครามตะวันออกกลางกดดันกำลังซื้อ เดินหน้าปล่อยกู้รอบคอบ คุม NPL อยู่ในกรอบ พร้อมเร่งขยายสินเชื่อ Trade Finance รับโอกาสธุรกิจระหว่างประเทศ


นายเฉิน จิง-หมิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH BANK เปิดเผยว่า ธนาคารมั่นใจจะสามารถผลักดันสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในปีนี้ให้ได้ตามเป้าหมายใหม่ที่ 6,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 ล้านบาทในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังภาวะเศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวและสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น กดดันรายได้สุทธิและกำลังซื้อของประชาชน

ทั้งนี้ ธนาคารกำหนดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในแต่ละปีไว้ในระดับท้าทาย เพื่อกระตุ้นการทำงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ธนาคารให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าและผลประโยชน์ของผู้ฝากเงินเป็นสำคัญ จึงไม่เร่งขยายสินเชื่อด้วยการรับความเสี่ยงที่สูงเกินไป

สำหรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ ธนาคารเดินหน้าเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น แม้ธนาคารจะมีข้อมูลลูกค้าที่มีศักยภาพจากการวิเคราะห์ข้อมูล แต่การเปลี่ยนรายชื่อผู้สนใจให้เป็นลูกค้าจริงยังมีข้อจำกัด เนื่องจากคุณภาพสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่ผ่านเกณฑ์ โดยเฉพาะความสามารถในการรองรับภาระหนี้และการชำระหนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในภาคธนาคารโดยรวมเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อบรรเทาภาระและประคับประคองธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้
ด้านคุณภาพสินเชื่อ

นายเฉิน กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในกลุ่ม SME ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ตามกรอบที่กำหนด โดยธนาคารเน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ หากประเมินแล้วพบว่าธุรกิจใดมีความเสี่ยงสูงหรือไม่เหมาะสมกับการให้สินเชื่อ ธนาคารจะไม่เข้าไปปล่อยสินเชื่อ พร้อมอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลเชิงลึกของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความเข้าใจต่อสภาพธุรกิจและยกระดับความสามารถในการประเมินความเสี่ยงให้แม่นยำยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารให้ความสำคัญกับธุรกิจสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก โดยอาศัยเครือข่ายระหว่างประเทศของ CTBC Bank ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่มีสาขากว่า 400 แห่งใน 14 ประเทศทั่วโลก เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมและขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ ธุรกิจ Trade Finance เติบโตได้ตามเป้าหมาย แต่ธนาคารไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขการเติบโตสุทธิได้

สำหรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ลูกค้าในประเทศยังคงเป็นฐานหลักของธนาคาร ขณะที่ลูกค้าชาวไต้หวันมีสัดส่วนประมาณ 8% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าจากจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ทั้งที่เข้ามาลงทุนโดยตรงและผ่านช่องทางอื่น โดยพอร์ตสินเชื่อต่างประเทศในปีนี้มีอัตราการเติบโตดีกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นของธนาคาร สะท้อนโอกาสจากการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศและการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ

นายเฉิน กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีนี้มีโอกาสขยายตัว 2.0-2.1% สอดคล้องกับประมาณการของภาครัฐ ณ เดือนตุลาคม โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ถึงระดับ 2.1% ขณะที่ปีหน้าคาดว่า GDP ไทยจะขยายตัวประมาณ 2.4% ซึ่งธนาคารยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อและเสถียรภาพการเติบโตในระยะยาว

Back to top button