โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” SIMAT เคาะเป้า 8.40 บ. จับตาปี 64 กำไรโต 2 เท่า ทุบสถิติออลไทม์ไฮ!

3 โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” SIMAT เคาะราคาเป้า 6.80-8.40 บ. คาดผลงานปี 64 กำไรโต 2 เท่า ทุบสถิติออลไทม์ไฮ พร้อมประเมินกำไรปี 65-66 โตเฉลี่ย 35% รับบ.ลูก “ฮินซิซึ” หนุน Spin Off  เข้าตลาดหุ้นในปี 65 รองรับแผนบุกตลาดต่างประเทศ ลุ้นปีหน้าจ่ายเงินปันผล


บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)หรือ SIMAT ราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 8.40 บาท/หุ้น โดยอ้างอิงจากวิธี P/E ที่ 25 เท่าของกำไรปี 2565 เป็นราคาที่เหมาะสมจากโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ การขยายธุรกิจและการทำ M&A จากในอนาคต

ทั้งนี้ แนวโน้มของกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากแนวโน้มความต้องการสินค้าโดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกหลังโควิด ส่งผลให้เกิดความต้องการ ในฉลากผลิตภัณฑ์ (Label) รวมทั้งงานประเภท Silkscreen Product เพิ่มขึ้น

“SIMAT จะได้ประโยชน์ผ่านกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของ บริษัท ฮินซิซึ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (HST) SIMAT ถือหุ้น 70% โดย HST เป็นบริษัท First tier ในการทำ Label และ Silkscreen ในภูมิภาค มีลูกค้าทั้งแบรนด์จาก ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป ซึ่งประเมินยอดขายของ HST จะเติบโตก้าวกระโดด CAGR 20% ในอีก 3 ปีข้างหน้า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GM) คาดว่าจะสูงกว่า 40% ในช่วงเดียวกันจากแผนการลดต้นทุน Economic of Scale และความได้เปรียบในการแข่งขันที่มีผู้เล่นน้อยราย”

พร้อมทั้ง เตรียมขยายธุรกิจของ HST สู่ต่างประเทศ และทำ IPO จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการทำ Label และ Silkscreen ทำให้ SIMAT มีแผนขยายกำลังการผลิตของ HST ทั้งสร้างโรงงานใหม่และขยายกำลังการผลิตผ่านการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดย SIMAT วางแผนจะ IPO HST ภายในปี 2565

นอกจากนี้ ยังวางเป้าการเติบโตในต่างประเทศ โดยเฉพาะเข้าไปลงทุนในเวียดนามตามการขยายตัวของลูกค้า รวมทั้งมีแผนเลือกรับงานที่มีความซับซ้อนที่มีอัตรากำไรที่สูงกว่าปัจจุบัน เชื่อมั่นว่า การนำ HST เข้า IPO จะเป็นแรงหนุนราคาหุ้น SIMAT ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2564 ถึงครึ่งปีแรกปี 2565

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SIMAT ราคาเป้าหมาย 7.20 บาท ในปี 2565 ด้วย PE Ratio ที่ 30 เท่า คิดเป็น PEG ที่ 0.85 เท่า เมื่อเทียบกับฐานกำไรของบริษัทที่จะเติบโต (CAGR) ปี 2565-2566 ที่ 35% ต่อปี โดยประเมินกำไรปี 2564 ที่ 136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233% และปี 2565 ที่ 198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% โดยธุรกิจ Label and SilkScreen จะเติบโตกว่าปีละ 30% จากทั้งฐานลูกค้าใหม่และฐานลูกค้าเดิมในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SIMAT ราคาเหมาะสม 6.80 บาท/หุ้น ด้วยวิธี Sum of parts โดย ธุรกิจฮินซิซึ (HST) มูลค่า 4.1 บาท อิง PE 30 เท่า ธุรกิจงานรับเหมาระบบฯ 2.1 บาท อิง PE ที่ 25 เท่า ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 0.52 บาท (Discount 20% จากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นปี 2563) โดยราคาเหมาะสมที่ประเมินคิดเป็น Forward PE ที่ 30 เท่า

ทั้งนี้ คาดกำไรปี 2564 เพิ่มขึ้น 240% เมื่อเทียบจากปีก่อน เป็น 139 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นตามประมาณการฯ ส่วนกำไรสะสมจะพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี ทำให้คาดว่าหลังการายงานงบปี 2564 ในช่วงต้นปี 2565 มีโอกาสที่ SIMAT จะสามารถจ่ายปันผลได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยประเมินปันผลจ่ายสำหรับปี 2564 ไว้เท่ากับ 0.04 บาท/หุ้น

Back to top button