KWM ดีเดย์เทรด “วอร์แรนต์ 1” อัพเป้ารายได้ปีนี้โต 40%

KWM ส่ง KWM-W1 ลงสนามเทรดวันนี้ - อัดงบเพิ่ม 50 ล้านบาท ขยายไลน์การผลิตใหม่-คลังสินค้า รองรับความต้องการสินค้าเครื่องจักร-อุปกรณ์การเกษตร


นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยว่า วันนี้ (15 ก.ค.64) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท หรือ วอร์แรนต์ ครั้งที่ 1 (KWM-W1) เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอในวันนี้ สำหรับการออกวอร์แรนต์ในครั้งนี้ หากผู้ถือหุ้นมีการแปลงสภาพหมดตามสิทธิ จะส่งผลให้บริษัทฯได้รับเงินเพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนเข้ามาประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลบริษัทฯ มีศักยภาพความแข็งแกร่งทางการเงิน รวมถึงมีเงินทุนรองรับการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า

“KWM แจก KWM-W1 ฟรีให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 3:1 จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหน่วย โดยวอร์แรนต์มีอายุ 2 ปี ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิแปลงสภาพได้ตามกำหนดระยะเวลาดังกล่าว คือวันที่ 4 ม.ค.65, วันที่ 4 ก.ค.65, วันที่ 4 ม.ค.66 และการใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งสุดท้าย วันที่ 4 ก.ค.66 โดยมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญของบริษัท 1 หุ้น ในราคาใช้สิทธิ 1.50 บาท โดยเม็ดเงินดังกล่าว บริษัทฯ นำไปขยายและต่อยอดโครงการในอนาคต พร้อมเพิ่มไลน์การผลิต ทั้งในผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ทางการเกษตร และการผลิตเครื่องจักร รวมถึงลงทุนในธุรกิจเครื่องสกัดพืชสมุนไพรไทย รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวกับกัญชง-กัญชา”  นายเอกพัน กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวตอกย้ำการเติบโตของบริษัทฯ ในปีนี้ว่าล่าสุดบริษัทฯ มีการปรับเป้าหมายรายได้ปี 2564 โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 40% จากเดิมที่ 15-20% พร้อมทั้งได้วางงบลงทุนไว้กว่า 50 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในคลังสินค้า และเพิ่มเครื่องจักรในการผลิตไลน์ใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นไลน์การผลิตที่ 3 ในระบบออโตเมชั่น ที่สามารถลดการใช้แรงงานและสามารถผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น             เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และเพื่อเป็นการสำรองกำลังการผลิตในช่วงที่เครื่องจักรต้องหยุดซ่อมบำรุง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯในปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เข้ามาจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทฯ มีต้นทุนในการผลิตลดลง ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มี Margin เพิ่มขึ้น

ด้านนางสาวติยาภรณ์ วนโกสุม กรรมการผู้จัดการ KMW กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญ ที่บริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการทางการเกษตร ที่ผลิตให้กับกลุ่มบริษัทการเกษตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้แบรนด์ “ตราช้าง”

รวมถึงสินค้าภายใต้แบรนด์ “Pegasus” ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเองที่ผลิตอุปกรณ์การเกษตร อาทิ ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใบผาล มีคำสั่งซื้อเข้ามามากกว่าช่วงที่ผ่านมาถึง 3 เท่า เป็นสัดส่วนรายได้สูงถึง 60 % ของรายได้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯคาดว่าการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยทั้งปีจะสูงถึง 80% สูงกว่าระดับปกติที่ 40-50%

“จากดีมานด์การใช้กลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์เกษตรที่มีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในปีนี้ สามารถทำสถิติสูงสุดในครั้งใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยแรงสนับสนุนจากธุรกิจการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการทางการเกษตร ที่มีการเติบโตตามผู้ประกอบอาชีพภาคการเกษตรมากขึ้น หลังจากราคาสินค้าเกษตรที่ดี และจากสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางด้านเศรษฐกิจ ภาคการจ้างงานลดลง ทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกันราคาพืชผลทางการเกษตรค่อนข้างดี จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้คนส่วนใหญ่ย้ายกลับเข้าไปสู่ภูมิลำเนาเดิม เพื่อประกอบอาชีพภาคการเกษตรมากขึ้น ด้วยอานิสงส์ดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีนี้กลุ่มบริษัทการเกษตรขนาดใหญ่ อย่างสยามคูโบต้า คาดว่าจะใช้กำลังการผลิตระดับสูงไปต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจากปกติจะเริ่มชะลอการสั่งผลิตในช่วงดังกล่าว” นางสาวติยาภรณ์ กล่าว

Back to top button