EASTW แจง! ศาลไม่คุ้มครองชั่วคราว คดีท่อส่งน้ำตะวันออก

EASTW เผยคดีที่ศาลปกครองกลางไม่คุ้มครองชั่วคราวไม่ใช่ส่วนของคดีหลักที่บริษัทฟ้อง พร้อมยืนยันระบบโครงข่ายน้ำ Water Grid ที่ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ยังดำเนินธุรกิจตามปกติ


บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ) และกรมธนารักษ์ ต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 กรณีคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ซึ่งแต่งตั้งโดยกรมธนารักษ์ได้มีคำสั่งยกเลิกการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งสายน้ำหลักในภาคตะวันออก (การคัดเลือกเอกชนฯครั้งแรก) และการออกประกาศพร้อมหนังสือเชิญชวนฉบับใหม่ เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย และต่อมาบริษัทได้ยื่นคำร้องขอศาลได้โปรดมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 รายละเอียดปรากฏตามที่อ้างถึงนั้น

โดยความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาซึ่งบริษัทได้ยื่นคำร้องไว้ต่อศาลเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 โดยในตอนหนึ่งของคำสั่งศาลดังกล่าวได้ระบุไว้ด้วยว่า แม้ต่อมาจะได้มีการลงนามเพื่อเข้าทำสัญญาในโครงการที่พิพาทแล้ว แต่หากปรากฎการณ์ว่าการดำเนินการเพื่อคัดเลือกคู่สัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนการดำเนินการดังกล่าวได้ และหากบริษัทเห็นว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายก็ชอบที่จะใช้สิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อไปได้

ทั้งนี้ บริษัทขอเรียนว่าคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว ไม่ใช่คำสั่งศาลในส่วนของคดีหลักที่บริษัทฟ้องขอให้เพิกถอนมติหรือคำสั่งยกเลิกการคัดเลือกเอกชนฯ ของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ และเพิกถอนการดำเนินการตามประกาศและหนังสือเชิญชวนฉบับใหม่แต่อย่างใด โดยในส่วนของคดีหลักดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง และเมื่อศาลปกครองกลางมีคำสั่งหรือคำพิพากษาในส่วนของคดีหลักแล้วคดียังสามารถอุทธรณ์และเข้าสู่กระบวนพิจารณาโดยศาลปกครองสูงสุดต่อไปได้

นอกจากนี้ บริษัทขอเรียนว่าระบบโครงข่ายน้ำ Water Grid ที่บริษัท ใช้บริหารจัดการส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีความยาวรวมทั้งสิ้น 512 กิโลเมตร โดยเป็นท่อที่เช่าบริหารจากกรมธนารักษ์ 135.90 กิโลเมตร ส่วนท่อที่บริษัท ลงทุนเอง 376.10 กิโลเมตร ซึ่งรวมถึงสถานีสูบน้ำอีกหลายแห่ง เชื่อมโยงแหล่งน้ำต้นทุนหลักในภาคตะวันออกนั้น ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้นบริษัท ยังคงประกอบธุรกิจได้ตามปกติ ประกอบกับบริษัท อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบโครงข่ายท่องส่งน้ำพร้อมก่อสร้างสถานีสูบน้ำเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต

Back to top button