สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ค. 2565

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ค. 2565


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับรายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,384.55 จุด พุ่งขึ้น 346.87 จุด หรือ +1.12%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,902.62 จุด เพิ่มขึ้น 57.54 จุด หรือ +1.50% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,621.35 จุด พุ่งขึ้น 259.49 จุด หรือ +2.28%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ และกลุ่มธนาคาร หลังราคาน้ำมันและโลหะปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มผลิตชิปปรับตัวขึ้นด้วยขานรับบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้เปิดเผยผลกำไรที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 415.01 จุด เพิ่มขึ้น 7.67 จุด หรือ +1.88%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,006.70 จุด เพิ่มขึ้น 94.32 จุด หรือ +1.60%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,843.22 จุด เพิ่มขึ้น 248.70 จุด หรือ +1.97% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,189.08 จุด เพิ่มขึ้น 81.31 จุด หรือ +1.14%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค.) หลังจากนายบอริส จอห์นสัน ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เนื่องจากเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีอีกต่อไป

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,189.08 จุด เพิ่มขึ้น 81.31 จุด หรือ +1.14%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค.) และกลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้ปัจจัยบวกจากตัวเลขสต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 4.2 ดอลลาร์ หรือ 4.3% ปิดที่ 102.73 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 3.96 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 104.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 3.2 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,739.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2.9 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 19.188 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 24.9 ดอลลาร์ หรือ 2.96% ปิดที่ 865.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 97.10 ดอลลาร์ หรือ 5.1% ปิดที่ 1,993.40 ดอลลาร์/ออนซ์

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (7 ก.ค.) ก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันนี้ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่า ขานรับข่าวการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษของนายบอริส จอห์นสัน

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.04% แตะที่ระดับ 107.1300

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2010 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1926 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0163 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0183 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6841 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6791 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 136.09 เยน จากระดับ 135.96 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์ ที่ระดับ 0.9746 ฟรังก์ จากระดับ 0.9714 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2978 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3043 ดอลลาร์แคนาดา

Back to top button