ตระกูล “ไชยวรรณ” ฟาด 2 หมื่นล้าน ขายเกลี้ยงไอพีโอ TLI หวังเพิ่มสภาพคล่อง

TLI ขายหุ้นไอพีโอ 2.16 พันล้านหุ้นเกลี้ยง ราคา 16 บาท! ตระกูล “ไชยวรรณ” ฟาดกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อหวังนำเงินไปเสริมสภาพคล่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI มีการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ราคาเสนอขายอยู่ที่ 16 บาทต่อหุ้น จำนวนเสนอขายไม่เกิน 2,155.07 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 18.80% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน ในหมวดธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

โดยแผนเสนอขายหุ้นของไทยประกันชีวิตมาจาก 3 ส่วน ประกอบด้วย (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอโดยบริษัทจำนวน 850 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 7.40% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด จำนวนไม่เกิน 1,166,575,300 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 10.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

(3) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวนไม่เกิน 138,493,600 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

สำหรับช่วงระยะเวลาจองซื้อในส่วนบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท และพนักงานบริษัท ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.- 6 ก.ค. 65 ขณะที่ผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศ นิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจความต้องการซื้อและผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 11-12 และ 14 ก.ค. 65

อย่างไรก็ตามการระดมทุนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนไม่เกิน 2,155.07 ล้านหุ้น ในราคาขาย IPO ที่ 16 บาทต่อหุ้น ปรากฏว่าจำนวนหุ้นดังกล่าวขายหมดเกลี้ยง รับเงินไป 34,481.10 ล้านบาท (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) ส่วนของจัดสรรหุ้นกรีนชูออพชั่นจำนวนไม่เกิน 161.63 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 7.5% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมดในครั้งนี้

ดังนั้น ทว่าหากนำมูลค่าการเสนอขายต่อประชาชนที่จำนวน 34,481.10 ล้านบาท มารวมกับกรณีที่จัดสรรหุ้นส่วนเกิน (หุ้นกรีนชู) มูลค่า 2,586.08 ล้านบาท เท่ากับว่ามูลค่าเสนอขายจะอยู่ที่ 37,067.18 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (par) 1 บาทต่อหุ้น

การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับตระกูล “ไชยวรรณ” จำนวน 6 ท่าน และ “มาลากุล ณ อยุธยา” อีก 1 ท่าน ซึ่งร่วมกันเป็นเจ้าของใน บริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด และ Her Sing (H.K.) Limited โดยมีการแคชเฮ้าท์ออกไปจำนวน 20,881.14 ล้านบาท และหากรวมกรณีมีกรีนชูจะแคชเฮ้าท์ออกไปจำนวน 23,467.22 ล้านบาท

ทั้งนี้จากตระกูลไชยวรรณนำหุ้นเดิม TLI ออกมาเสนอขายหุ้นไอพีโอให้ประชาชนทั่วไปโดยรับเงินไปราว 20,881.10 ล้านบาท ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยมและความสนใจในการลงทุนเป็นจำนวนมากจากประชาชนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน

ด้านนายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าลงทุนหุ้น TLI และให้ความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของไทยประกันชีวิต ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้น (Bookbuilding)

สำหรับนักลงทุนสถาบันทั่วโลก และการจองซื้อหุ้นของนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา โดยหุ้น TLI ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยมและความสนใจในการลงทุนเป็นจำนวนมาก แม้ในสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านตลาดทุนที่ยังคงมีความผันผวนเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกันผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศ นิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจความต้องการซื้อและผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศจบไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 65 ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยม

ส่วนการระดมทุนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอโดยบริษัทจำนวน 850 ล้านหุ้น รับเงินไป 13,600 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์การใช้เงินดังนี้ (1) การลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation และการทำการตลาด จำนวนเงินโดยประมาณ 2,000 ล้านบาท ระยะเวลาใช้เงินภายในปี 65-67, (2) เสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตร จำนวนเงินโดยประมาณ 5,400 ล้านบาท ระยะเวลาใช้เงินภายในปี 67-69 และ 3.เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน และสำหรับเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่นๆ จำนวนเงินโดยประมาณ 6,200 ล้านบาท ระยะเวลาใช้เงินภายในปี 65 เป็นต้นไป

สำหรับโครงการถือหุ้นของไทยประกันชีวิต ณ วันที่ 10 มิ.ย. 65 และภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ภายใต้สมมติฐานว่ามีการเสนอขายและจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัท และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทต่อประชาชนทั้งไปเป็นครั้งแรกทั้งจำนวน)

Back to top button