8 ปีไม่ไปไหน! “พิธา” อัดนายกฯ บริหารล้มเหลว-เสียหายทุกด้าน

หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายสรุป 8 ปี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำประเทศไม่ไปไหน แถมทำให้ประเทศเสียหายทุกด้าน โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ล้มเหลวขั้นสุด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่สี่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ใช้สิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า พอกันที 8 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้คนไทยมืด 8 ด้าน ทั้งที่มืดไปแล้ว 3 ด้าน กับยุทธศาสตร์ 3 แกนแห่งอนาคต โดยทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงออกมาก็มีฉันทมติจากทุกฝ่ายว่า 3 แกนคือ 3 กลวง เพราะนายกฯ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่

ยกตัวอย่างที่นายกฯ พูดถึงแกนที่ 1 เรื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่บอกว่าใกล้เสร็จแล้ว ทั้งที่สัญญา 3 สนามบิน ที่คืบหน้า 0% หรือรถไฟไทย-จีน คืบหน้า 6% จึงไม่รู้ว่าใกล้เสร็จของนายกฯ กับนักลงทุนเป็นความย้อนแย้งหรือไม่ ชัดเจนว่าถ้าปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อก็จะเละเป็นโจ๊ก เหมือนตอม่อโฮปเวลล์ ทำให้ตนไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯต่อไปตนไว้วางใจ

นอกจากนี้อุตสาหกรรมอีวี ที่นายกฯ บอกว่าจะทำให้ไทยเดินนำหน้าทุกประเทศในภูมิภาค แต่ปรากฏว่าปัจจุบันกลับถูกจีนแซงหน้าไปมากแล้ว และในช่วงที่หนี้สาธารณะสูงที่สุด ค่าครองชีพสูงที่สุด และค่าปุ๋ยแพงที่สุด สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินจากนายกฯ คือทางแก้ของแพงค่าแรงถูก ไม่ใช่มาพูดเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน หรือรถยนต์อีวี

นายพิธา ยังระบุว่า เท่าที่ตนฟังนายกฯ ชี้แจงมาตลอด 4 วัน พบว่านายกฯ มีแกน 3 คือ นายกฯ เป็นตัวทำลายศักยภาพของประเทศ นั้นคือแกนที่หนึ่ง ทำลายศักยภาพไทยในต่างประเทศ คือแกนที่สอง และทำลายศักยภาพของประชาชน คือแกนที่สาม โดยแกนที่หนึ่ง คือ ตลอด 3 ปีนายกฯ ใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท อย่างสุรุ่ยสุร่าย และไม่มีประสิทธิภาพ เช่น นายกฯ ไม่มีความกล้าชนเพื่อเจรจากับนายทุนผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อให้ค่าไฟถูกลง

อีกทั้งยังมีการทุจริต และไม่มีความสุจริตอย่างเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมลอยนวลพ้นผิด กรณีการจัดซื้อจีที 200 ที่ไม่มีชื่อของผู้เซ็นอนุมัติจัดซื้ออยู่ในสำนวนคำฟ้อง ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังมีข้อกังขาการครอบครองนาฬิกาหรูว่ามีที่มาอย่างไร ถ้าพล.อ.ประวิตร จำซีเรียลนัมเบอร์ไม่ได้ ก็มาเอาที่ตนแล้วไปเช็คที่ห้างสยามพารากอน คืนนี้ก็ได้ จะได้รู้ทันทีว่ามีที่มาจากที่ไหน และเจ้าของชื่ออะไร

ส่วนแกนที่สอง พล.อ.ประยุทธ์ ทำลายศักยภาพไทยในต่างประเทศ โดยนโยบายการต่างประเทศของไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตที่จำเป็นต้องมีผู้นำที่เก่ง และมีไพ่หลายใบในการเจรจา เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยให้ได้มากที่สุด ตนอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ รู้ว่าการต่างประเทศกับระเบียบการทูตนั้นต่างกัน การที่ท่านได้รับการเชิญให้ไปต่างประเทศเยอะๆ ไม่ใช่การต่างประเทศ แต่เป็นระเบียบทางการทูต คือไม่ได้หมายความว่าท่านมีความสามารถทางการต่างประเทศแต่อย่างใด ด้วยความที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความเข้าใจเรื่องการต่างประเทศนี้ ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ มองว่าปัญหาเมียนมาเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงปล่อยให้เครื่องบินเมียนมาเข้ามาในน่านฟ้าไทย ซึ่งอาจจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องขึ้นศาลโลกในอีก 10-20 ปี ในฐานะอาชญากรสงครามหรือไม่

สำหรับแกนที่สามคือ การทำลายศักยภาพของประชาชน กรณีการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งไม่ได้ทำให้ศักยภาพคนในสังคมดีขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งปวงที่กล่าวไป ทำให้ประชาชนสิ้นหวัง นายกฯ ตอบตนได้หรือไม่ เหตุใดประเทศไทย จึงมีคนฆ่าตัวตายมากที่สุดในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือ ช่วงอายุ 25-34 ปี นั่นเป็นเพราะความสิ้นหวังของคนไทยที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดีอนาคตของประเทศไทยหลังจากนี้ นายกฯ คนต่อไปจึงต้องเป็นคนที่ทำงาน เพื่อประชาชนก่อนตัวเอง ต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ รอบรู้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นคนที่มีความฝันแต่ไม่เพ้อฝัน พร้อมที่จะดึงพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานร่วมกัน แม้จะมีความเห็นต่าง เพื่อสร้างประเทศที่ดีกว่าไปด้วยกัน แต่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ โดยเป็นที่พิสูจน์ แล้วว่า รัฐนาวาที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ มายาวนาน 8 ปี ไม่ได้พาเรทุกคนไปที่ไหน และการเดินทางควรจะจบได้ในวันที่ 23 กรกฎาคมเป็นต้นไป

Back to top button