เปิดอาณาจักร “ดิทโต้” ธุรกิจ “ให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร” สู่ “กรีนเทค”

เปิดอาณาจักร “ดิทโต้” จากธุรกิจ “ให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร” สยายปีกสู่ธุรกิจดิจิทัลแบบครบวงจรและธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมเทคโนโลยี และกำลังก้าวไปสู่ “กรีนเทค” ในอนาคตอันใกล้นี้


กว่าธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจะประสบความสำเร็จเติบโตจนเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งต้องผ่านวิกฤติมาไม่น้อย เช่นเดียวกันกว่าจะมาเป็น บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการงานเอกสารด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเลือกที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Green Tech” นั้นก็ได้ผ่านอุปสรรคมาไม่น้อย

แม้ DITTO จะเพิ่งก่อตั้งในปี 2550 แต่ก่อนนั้น “พี่น้องตระกูลรัตนกมลพร” ได้ก่อตั้ง บจ.ออฟฟิศ โปรเฟสชั่นแนล ซัพพลาย” (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บจ.สยาม รีคอนดิชั่น อินดัสตรี้ และบจ.สยาม รอยัล อินดัสตรี้) ในปี 2544 ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารที่ผ่านการใช้แล้วและปรับสภาพใหม่ ให้แก่ลูกค้าเอกชน ส่วนลูกค้าหน่วยงานราชการ มี บจ.ก๊อปปี้ แมน เรนทอล ให้บริการ

โดย บจ.ออฟฟิศ โปรเฟสชันแนล ซัพพลาย เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจนี้เป็นรายแรกๆ จากที่ได้มองเห็นปัญหาและอุปสรรคของหน่วยงานราชการที่ใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารแบบเดิม ๆ ไม่มีความยืดหยุ่นในการให้บริการ และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุงรักษาที่สูง จากวิกฤติตรงนี้จึงกลายเป็นโอกาสในทางธุรกิจ

โดยเครื่องถ่ายเอกสารที่นำมาให้เช่าเป็นเครื่องมือสองนำเข้าจากต่างประเทศ นำมาซ่อมแซมปรับปรุงสภาพให้พร้อมใช้งาน พร้อมกับปิดจุดอ่อนที่เคยเป็นปัญหากับลูกค้า ด้วยการจัดช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานคอยดูแล พร้อมทีมเซอร์วิสประจำที่หน้างานลูกค้าตามตกลง

ตรงนี้กลายเป็นจุดแข็ง ทำให้ธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารของดิทโต้ ได้รับความเชื่อถือ เพราะมีระบบให้บริการที่ดี ทีมเซอร์วิสที่มีความเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว กลายเป็นช่องทางให้คู่แข่งเข้ามาแข่งขันได้ง่าย จึงเกิดเป็นสงครามราคา ดิทโต้จึงสร้างวัฒนธรรมองค์กรตั้งแต่ทีมบริหารไปจนถึงพนักงานในระดับปฏิบัติการให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลง และพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าตลอดเวลา

ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคง คือการขยายฐานธุรกิจโดยเน้นทำงานโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับภาครัฐมากขึ้น ประกอบกับขณะนั้นธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารก็ไม่เฟื่องฟูเหมือนช่วงแรก ๆ การเติบโตและผลตอบแทนเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ การหาธุรกิจใหม่ยิ่งมีความจำเป็น

ประกอบกับในช่วงเวลาที่กำลังขยับตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลง “ดิทโต้” ก็ได้ทำงานใหญ่เป็นงานแปลงและจัดเก็บเอกสารจากธนาคารไทยพาณิชย์ “SCB” จำนวน 300 ล้านหน้า โดยจัดระบบให้เป็นรูปแบบดิจิทัล ซึ่งจะต้องวางระบบนำเข้าและจัดการเอกสาร ทำสารบัญเพื่อให้เรียกดูง่าย โปรเจ็กต์นี้ในแง่รายได้อาจจะไม่คุ้ม แต่กำไรคือประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้งาน และโนว์ฮาวนำมาต่อยอดเป็นการเปิดพรมแดนธุรกิจใหม่

นี่คือที่มาของ “ธุรกิจให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร” (Document and Data Management Solutions) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของดิทโต้ ในปัจจุบัน

ทั้งนี้หากจะจัดกลุ่มธุรกิจของ ดิทโต้ ในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้คือ กลุ่มแรก ให้เช่าและจำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ ให้บริการบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และบริการอื่น ๆ โดยมีทีมเซอร์วิสทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นตัวแทนธุรกิจระบบไดรฟ์ทรู (Drive-thru) แบรนด์ HME หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก และบริการบำรุงรักษาระบบจำหน่ายสินค้าหน้าร้าน (Point of Sale หรือ POS) ให้กับกลุ่มลูกค้าคอนวีเนียนสโตร์

กลุ่มที่ 2 ซึ่งจะเป็นกลุ่มธรกิจหลักและกำลังเป็น “ดาวรุ่ง” คือ ธุรกิจให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสาร และข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร (Document and Data Management Solutions) ซึ่งมีบริการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การแปลงเอกสารให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Document Digitization) ไปจนถึงระบบบริหารจัดการข้อมูลในองค์กร และไซเบอร์ซีเคียวริตี้

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยี ดำเนินการโดยบริษัทย่อย ในนาม บจ.สยาม ทีซี เทคโนโลยี ซึ่งเชี่ยวชาญระบบท้องฟ้าจำลอง โดยทำระบบฉายดาวในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ) ทำ Mapping ภาพขนาดใหญ่ ระบบโทรมาตร และระบบคัดแยกขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง (RDF)

หากจัดระบบธุรกิจของ ดิทโต้ ปัจจุบันอาจแบ่งเป็น 2 แท่งหลัก ๆ คือธุรกิจที่เป็น “ซอฟต์เทค” คือธุรกิจให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลแบบครบวงจร และอีกกลุ่มคือธุรกิจที่เป็น “ฮาร์ดเทค” ซึ่งเป็นงานโครงการในกลุ่มธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยี

สำหรับก้าวต่อไปของ ดิทโต้ คือการก้าว ไปสู่ธุรกิจที่เรียกว่า “กรีนเทค” (Green Tech) ซึ่งจะเป็นธุรกิจแห่งอนาคต

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจหลาย ๆ อย่างถูกดิสรัปด้วยเทคโนโลยี แต่สิ่งที่เทคโนโลยีดิสรัปไม่ได้คือเรื่องของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เรื่องของกรีน (Green) จะเป็นอนาคต ดังนั้นทางดิทโต้เล็งเห็นว่าหากนำเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ที่ทางบริษัทมีอยู่แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติจะทำให้ธุรกิจของดิทโต้เติบโตอย่างยั่งยืน

“อันที่จริงในปัจจุบันเรื่องกรีนและเรื่องสิ่งแวดล้อม ทางดิทโต้ก็ทำอยู่แล้ว เช่น ระบบการคัดแยกขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง หรือเรื่องน้ำที่เข้าไปบริหารจัดการอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ตอนนี้ดิทโต้ยังสนใจเรื่องการปลูกป่า ซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นเรื่องคาร์บอนเครดิตซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา” ฐกร กล่าว

ดังนั้นในอนาคตต่อไป อะไรก็ตามที่ดิทโต้มองว่าเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของธรรมชาติก็จะนำเอาเทคโนโลยีไปพัฒนาต่อยอด เนื่องจากดิทโต้มีทั้ง ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีพร้อม ทั้งที่เป็นฮาร์ดเทคและซอฟต์เทค เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่เอาไปต่อยอดเพื่อพัฒนาให้ก้าวหน้าเท่านั้น

ในการทำธุรกิจสมัยใหม่ เรื่องของกรีนเทคซึ่งเกี่ยวพันกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติจะต้องผนวกเข้ากับเรื่องของสังคมและธุรกิจจึงจะอยู่ได้และจะมีความอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องอยู่ได้ควบคู่กับธุรกิจในขณะที่เกิดผลกำไรกับบริษัทด้วย” ฐกร กล่าวทิ้งท้าย

นี่คืออาณาจักรดิทโต้ ที่เริ่มจากธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารจนสยายปีกไปสู่ธุรกิจดิจิทัลแบบครบวงจรและธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมเทคโนโลยี และกำลังก้าวไปสู่ “กรีนเทค” ในอนาคตอันใกล้นี้

Back to top button