HL ฟอร์มแกร่ง! Q2 กำไรโต 27% ลุยเปิด 8 สาขาใหม่ มั่นใจดันรายได้ปีนี้โต 20%

HL ฟอร์มแกร่ง! ไตรมาส 2/65 กำไรโต 27% แตะ 22.82 ลบ. จากปีก่อนกำไร 17.90 ลบ. หลังรายได้ขายพุ่ง รับเทรนด์รักสุขภาพ ส่วนงวด 6 เดือนกำไรโต 64% แตะ 53.01 ลบ. จากปีก่อนกำไร 32.29 ลบ. เดินหน้าเปิด 8 สาขาใหม่ มั่นใจดันรายได้ปีนี้โต 20%


บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL รายงานผลการเนินงานไตรมาส 2/65 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.65 ดังนี้

โดยภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 2/65 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 18 ล้านบาท  ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวมเท่ากับ 298 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯในงวด 6 เดือนแรกของปี 65  มีรายได้รวม 740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 557 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ  53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32ล้านบาท

โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจากรายได้ทุกประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ รายได้จากการขายสินค้าบริโภค, รายได้จากการขายอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้าน, รายได้จากการขายสินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกาย และรายได้จากการขายยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มให้ความใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเภทสินค้าอุปกรณ์การแพทย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ ประกอบกับในไตรมาส 2/65 บริษัทฯได้เปิดร้านขายยาเพิ่ม 1 สาขา ได้แก่ iCare สาขาลาซาล ส่งผลให้มียอดขายจากสาขาใหม่เข้ามาสนับสนุนการเติบโต

ผลประกอบการในไตรมาส 2/65 ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ทำให้ผู้บริโภคเริ่มให้ความใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเภทสินค้าอุปกรณ์การแพทย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ สนับสนุนยอดขายทั้งจากสาขาเดิมและสาขาใหม่เติบโตได้ดี  ขณะที่บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความสามารถของอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 23.54% สูงกว่า 22.27% ของงวดเดียวกันปีก่อน” ภก.ธัชพล กล่าว

ทั้งนี้บริษัทฯ มั่นใจว่ารายได้รวมในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 20% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,216 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้  เนื่องจากรายได้  6 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 740 ล้านบาท คิดเป็นเติบโต 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดการณ์ว่าแนวโน้มในครึ่งปีหลังน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกกลุ่มอายุ ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เพื่อเจาะกลุ่มตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ PRIME และ BESUTO มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่อีก 8 สาขาในพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีร้านขายยารวมทั้งสิ้น 28 สาขา ประกอบไปด้วย แบรนด์ Pharmax จำนวน 13 สาขา, iCare จำนวน 11 สาขา, Vitaminclub จำนวน 3 สาขาและ Super Drug จำนวน 1 สาขา และมีสินค้าที่จัดจำหน่ายรวมกว่า 10,000 รายการ

Back to top button