เสือติดดอย?

สิ่งที่ “โมนิก้า” สัมผัสได้ทันทีหลังจากดัชนีไม่ผ่านแนวต้านสำคัญ 1,600 จุดก็คือ เริ่มมีเสียงบ่นพึมพำว่า โอกาสที่จะฟันกำไรงาม ๆ เหมือนก่อนหน้านี้ คงไม่ง่ายแล้วกระมัง!


สิ่งที่ “โมนิก้า” สัมผัสได้ทันทีหลังจากดัชนีไม่ผ่านแนวต้านสำคัญ 1,600 จุดก็คือ เริ่มมีเสียงบ่นพึมพำว่า โอกาสที่จะฟันกำไรงาม ๆ เหมือนก่อนหน้านี้ คงไม่ง่ายแล้วกระมัง! เพราะเมื่อดูจากเป้าดัชนีที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้ไว้ที่ระดับ 1,660 จุด เทียบกับอาการที่ดัชนีถูกรินขายเมื่อขึ้นมาแตะแนวต้านสำคัญ แถมนักลงทุนต่างชาติร่วมขายหุ้นออกมาเป็นระยะแบบนี้..ไปต่อไหวจริงเหรอจ๊ะ 

ประเด็นดังกล่าวอาจมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่เมื่อดูจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลงานของบริษัทจดทะเบียนที่ยังดูดี “โมนิก้า” เลยมองว่า นั่นเป็นเพียงคำเตือนเบา ๆ เพื่อให้นักลงทุนหาทางหนีไว้บ้าง หลังสัญญาณเทคนิคบางตัวไม่ไปในทางเดียวกัน ซึ่งตีความได้ว่า ดัชนีจะทดสอบแรงขายอีกระยะหนึ่ง และตราบใดที่ดัชนัยังยืนเหนือเส้นแนวรับ 10 วันที่บริเวณ 1,582 จุด ดัชนีก็พร้อมเทคตัวขึ้นแรงพะยะค่ะ

ด้วยเหตุนี้..เดี๊ยนถึงมองการยื้อไปมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 1,588.05 จุด ลบไป 3.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.74 หมื่นล้านบาท จึงไม่ต้องกลัวติดดอยเหมือนปีก่อน ๆ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่เดี๊ยนเล่าให้เมื่อวันก่อนว่า หุ้นหลายตัวมีแวลูต่ำกว่าราคาเหมาะสมค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้การทยอยสะสมหุ้นเมื่อย่อตัวลงมา น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังโดนเขย่านะจะบอกให้

โดยเฉพาะในรายของ SCB ที่วันนี้ขึ้นมายืนปิดในระดับ 142.50 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.82 พันล้านบาท ก็เป็นจังหวะของการไหลตามน้ำอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจเริ่มมีการขยับตัวในทางที่ดีขึ้น หุ้นแบงก์มักเป็นตัวเลือกแรก แถมเมื่อย้อนกลับไปดูราคาหุ้นในช่วงเดือนครึ่งอยู่ในระดับ 130 บาท ก็รู้ได้ทันทีว่า เที่ยวนี้มีโอกาสเห็นหุ้นกลับไปที่ไฮเดิมบริเวณ 150 บาทนะนายจ๋า

เช่นเดียวกับในรายของ AWC ก็เป็นหุ้นโรงแรมที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมเคยย่ำอยู่แถว 2.10 บาท แต่วันนี้ขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 2.64 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 2.33% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 267 ล้านบาท เดี๊ยนย่อมคาดหวังที่จะได้เห็นหุ้นวิ่งกลับขึ้นไปที่ไฮเดิมบริเวณ 2.80 บาท และอย่าลืมว่า ตอนนี้บริษัทเข้าสู่ช่วงกอบโกยรายได้เต็มตัว หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนเป็นจำนวนมากเจ้าค่ะ

ประเด็นดังข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะเม้าท์ถึงหุ้น OSP เพื่อชี้ให้เห็นการขยับตัวของราคาหุ้นในเที่ยวนี้ ล้วนเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น รวมถึงอานิสงส์จากราคาบรรจุภัณฑ์ลดลง จึงเชื่อว่า กำไรจะฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ และเมื่อเจาะลึกลงไปดูถึงค่า PE ที่อยู่ในระดับ 13 เท่า ควบคู่กับการเป็นหุ้นที่ปันผลในระดับ 4% เป็นส่วนใหญ่ เลยทำให้การยืนปิดที่ระดับ 15.60 บาท เทียบกับยอดเก่าที่ทำไว้บริเวณ 19 บาทน่าสนใจสุด ๆ นะตัวเอง

ในเมื่อเม้าท์ถึงหุ้นที่เริ่มขยับตัวขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น BEM เพื่อชี้ให้เห็นธุรกิจที่ผูกขาดกับสัมปทานทำเงินเสมอ รวมทั้งมีข่าวเกี่ยวกับภาครัฐเตรียมซื้อสัมปทานคืนออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ ขณะเดียวกันก็เตรียมตัวที่จะเจรจาเดินรถสายใหม่ ๆ กับภาครัฐ อีฉันถึงมองว่า การที่หุ้นยืนปิดที่ระดับ 5.80 บาท เทียบกับราคาเป้าที่โบรกเกอร์ให้ไว้บริเวณ 8 บาท น่าจะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ๆ นะจ๊ะ

สถานการณ์ข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงหุ้น KGEN ขึ้นมาทันที! เพราะเป็นหุ้นที่ขยับตัวขึ้นแรงเป็นช่วง ๆ ทั้งที่ผลการดำเนินงานยังขาดทุนแดงแป๊ด น่าจะเป็นผลมาจากความเชื่อที่ว่า ยอดขายรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเริ่มเห็นกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2 และจะกลายเป็นบริษัทหมื่นล้าน ซึ่งเป็นผลมาจากโรงงานเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Omada และ Jaecoo เดินเครื่องเต็มตัวแบบนี้..ขอให้เป็นจริงเถอะเพี้ยง!

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button