สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 มิ.ย. 2566

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 มิ.ย. 2566


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (13 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ต่ำสุดในรอบ 2 ปี ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,212.12 จุด เพิ่มขึ้น 145.79 จุด หรือ +0.43%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,369.01 จุด เพิ่มขึ้น 30.08 จุด หรือ +0.69% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,573.32 จุด เพิ่มขึ้น 111.40 จุด หรือ +0.83%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (13 มิ.ย.) หลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีได้สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ทะยานขึ้นตามราคาโลหะหลังจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับ 463.27 จุด เพิ่มขึ้น 2.54 จุด หรือ +0.55%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,290.80 จุด เพิ่มขึ้น 40.45 จุด หรือ +0.56%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 16,230.68 จุด เพิ่มขึ้น 132.81 จุด หรือ +0.83% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,594.78 จุด เพิ่มขึ้น 24.09 จุด หรือ +0.32%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันอังคาร (13 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาโลหะและน้ำมันดิบ

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,594.78 จุด เพิ่มขึ้น 24.09 จุด หรือ +0.32%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันอังคาร (13 มิ.ย.) หลังจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันของจีนจะฟื้นตัว

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.30 ดอลลาร์ หรือ 3.43% ปิดที่ 69.42 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ 3.41% ปิดที่ 74.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (13 มิ.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยเงินเฟ้อชะลอตัวลง ซึ่งทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินฟ้อ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธตามเวลาสหรัฐ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 11.10 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ปิดที่ 1,958.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 23.70 เซนต์ หรือ 0.99% ปิดที่ 23.822 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 13.40 ดอลลาร์ หรือ 1.35% ปิดที่ 981.90 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 17.50 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 1,358.60 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (13 มิ.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ต่ำสุดในรอบ 2 ปี ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย.

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.30% แตะที่ระดับ 103.3370

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9059 ฟรังก์ จากระดับ 0.9096 ฟรังก์ในวันจันทร์ (12 มิ.ย.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3311 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3371 ดอลลาร์แคนาดา และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับโครนาสวีเดน ที่ระดับ 10.7138 โครนา จากระดับ 10.8117 โครนา แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 140.2840 เยน จากระดับ 139.5750 เยน

ส่วนยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0790 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0756 ดอลลาร์ และเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2602 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2505 ดอลลาร์

Back to top button