DSI บุกค้นหลักฐาน 15 จุด “บ้านชนินทร์-บริษัท” เอี่ยวคดีหุ้น STARK

DSI ค้นหาพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนจำนวน 15 จุด ทั้งในบริษัทและบ้านชนินทร์ เอี่ยวปมยักยอกทรัพย์ STARK พร้อมพบและยึดสิ่งของที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการสอบสวนทั้งเอกสารการทำธุรกรรมต่างๆ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษ มอบหมายให้ นางสาวพิทยาภรณ์ ชูรัตน์ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการจัดแถลงข่าว ณ เวลา 14:00 น. ถึงกรณีความคืบหน้าคดีทุจริตหุ้น บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK หลังจากถูกร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และความผิดอาญาอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกัน คดีพิเศษที่ 57/2566) ณ ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคารเอ

ทั้งนี้ ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคดีการทุจริตใน STARK เป็นคดีพิเศษที่ 57/2566 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานโดยการออกหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ได้แก่ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด, บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ ที่ปรึกษา จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชี และพนักงานภายในบริษัท รวมถึงได้มีการออกหมายจับนายชนินทร์ เย็นสุดใจ เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่าได้หลบหนีจากการติดตามของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และมีการออกหมายเรียก นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา

โดยต่อมาคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลอาญารวมจำนวน 15 จุด เพื่อค้นหาพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน รวมถึงเพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมาย โดยเป็นการเข้าตรวจค้นบริษัทจำนวน 5 จุด ได้แก่ 1. บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), 2. บริษัท ทีมเอ โฮลดิ้ง จำกัด, 3. บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด, 4. บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และ 5. บริษัท ไทย เคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่พบการทำธุรกรรมในทางบัญชีและการเงินที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และเข้าตรวจค้นบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยและที่มีชื่อของผู้ต้องสงสัยและผู้ที่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ครอบครองรวมจำนวน 10 จุด

ดังนั้น ผลการตรวจค้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พบและยึดสิ่งของที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการสอบสวนทั้งเอกสารการทำธุรกรรมต่างๆ ในบริษัท สตาร์คฯ และบริษัทในเครือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์คอมพิวเตอร์ และเอกสารหลักฐานพยานวัตถุอื่นๆ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่จะประกอบการสอบสวน และพิสูจน์ถึงพฤติการณ์อันมีลักษณะทุจริต รวมถึงขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด รวมทั้งได้พบและยึดเงินสดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและขยายผลการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

                                    บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ บริษัท MM

                                                                 บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ บ้านชนินทร์

                                              บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ บริษัท ไทย เคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด

บุคคลตรวจค้นหลักฐาน คือ คอนโดผู้ถูกกล่าวหา

Back to top button