BCPG งบปี 66 กำไร 1.1 พันล้าน พ่วงจ่ายปันผล 0.15 บ. ขึ้น XD 4 มี.ค.นี้

BCPG รายงานงบปี 66 กำไรแตะ 1.1 พันล้านบาท พร้อมจ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 4 มี.ค.67 และกำหนดจ่ายวันที่ 22 เม.ย.67


บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการปี 66 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.66 ดังนี้

สำหรับ BCPG รายงานผลประกอบการปี 66 มีกำไรสุทธิ 1,104.04 ล้านบาท ลดลง 58.02% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 2,630 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกำไรจากการดำเนินงานปกติ ทั้งนี้ปี 2566 มีการบันทึกกำไรจากรายการพิเศษรวม 231.4 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีการบันทึกกำไรจากรายการพิเศษรวม 563.8 ล้านบาท

สำหรับปี 2566 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยมีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,464.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.4 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 72 เมกะวัตต์ ได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุด adder

ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว มีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 815.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30.8 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการหยุดการผลิตไฟฟ้าเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าไปยังการไฟฟ้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Vietnam Electricity – EVN) และเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัญญาซื้อขายไฟกับ EVN ครบตามกำลังการผลิตเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำฝนในปี 2566 ลดลงจากปี 2565 ตามสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และมีการปรับปรุงสายส่งของโครงการ Nam San 3A เป็นระยะเวลา 7 วัน

ด้าน นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ปี 66 มีรายได้จากการดำเนินงานที่ 5,031 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 374 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 1,104 ล้านบาท

ในปี 2566 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ ในประเทศไทย และระหว่างปี มีการทยอยลงทุน ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ประกอบกับบริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ทำให้รายได้ดังกล่าวสามารถชดเชยรายได้จาก Adder ของโรงไฟฟ้าในประเทศไทยที่หมดลงในปีที่แล้วและปีนี้ได้ บริษัทฯ มีแผนการใช้เงินเพื่อการลงทุนอีกประมาณ 14,000 ล้านบาท สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโครงการใหม่ๆ ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้” นายนิวัติ กล่าว

พร้อมกันนี้เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 67 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 67 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผล สำหรับงวดวันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค.66 จากกำไรสุทธิของผลการดำเนินงานของปี 66 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.66 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินปันผลที่จ่ายประจำปี 66 ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท

โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 5 มี.ค.67 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 เม.ย.67 โดยบริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลเมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 67 แล้ว

Back to top button