เปิดงบปี 66 หุ้นศัลยกรรม! MASTER กำไรทะลัก 416 ล้าน มาร์เก็ตแคป 1.9 หมื่นล้านบาท

ส่อง 3 หุ้นศัลยกรรม MASTER-KLINIQ-TRP รายงานผลประกอบการปี 66 แกร่ง ชู MASTER กำไรมากที่สุดแตะ 416 ล้านบาท มาร์เก็ตแคปทะลุ 1.9 หมื่นล้านบาท


หลังจากมีการประกาศผลประกอบการประจำปี 2566 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยทาง “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้มีการสำรวจกลุ่มที่มีผลประกอบการเติบโตโดดเด่นอย่าง “กลุ่มศัลยกรรมความงาม” ซึ่งได้ออกมาครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย โดยพบว่าผลประกอบการของงบการเงินที่ออกมาค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER, บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP, บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER รายงานผลประกอบการประจำปี 2566 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 416.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.34% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 300.92 ล้านบาท เป็นผลมาจากมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 1,916.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.28% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวมที่ 434.17 ล้านบาท โดยรายได้จากการศัลยกรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงทุกหัตถการ ทั้งศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมยุบโหนกตัดกราม ศัลยกรรม ดูดไขมัน สุขภาพชาย ศัลยกรรมยกคิ้ว และค่าบริการตรวจสุขภาพ เนื่องจากบริษัทฯ เพิ่มจำนวนแพทย์ และทำ กิจกรรม ส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า

อีกทั้งมีรายได้อื่น เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 255 จากปี 2565 เนื่องจากในปี 2566 บริษัทมีรายได้จากเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 19,469 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปิดตลาด (29 ก.พ.67) อยู่ที่ระดับ 73.75 บาท ลบ 1.50 บาท หรือ 1.99% สูงสุดที่ระดับ 75.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 73 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 184.72 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยังคงมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของ MASTER ในปี 2567 จากการเติบโตภายในกล่าวคือการรับรู้เตียงผ่าตัดใหม่เต็มปีและเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเป็นประมาณ 30% ของรายได้รวมจาก 26% ในไตรมาส 4/2566

นอกจากนี้กำไรยังน่าจะได้ปัจจัยหนุนจากภายนอก อาทิ เช่น การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท 14 แห่ง ปรับเพิ่มประมาณการส่วนแบ่งกำไรปี 2567-2568 เพิ่มขึ้น 19-22% เป็น 125 ล้านบาท และ 137 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 20% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2567-2568 เพราะฉะนั้นจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2567-2568 ของทางฝ่ายวิจัยเพิ่มขึ้น 16% และ 13% คิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที 49% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยหลังปรับประมาณการกำไร ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 82 บาท

บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP รายงานผลประกอบการประจำปี 2566 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 192.56 ล้านบาท ลดลง 28.75% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 270.27 ล้านบาท สาเหตุจากรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันในปีก่อนหน้า คาดว่าเกิดจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน

ขณะที่ในปี 2566 การท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเป็นปกติ ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนเลือกที่จะท่องเที่ยวมากกว่าศัลยกรรม จึงมีผู้ มาใช้บริการน้อยลง  โดยรายได้หลักมาจากบริการหัตถการที่เกี่ยวกับการผ่าตัด คิดเป็นร้อยละ 84.64 โดยมาจากการผ่าตัดทำศัลยกรรมดึงหน้า ตา จมูก ศัลยกรรมอื่นๆ รวมถึง การฉีดไขมัน (Fat Stem Cell) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดเพื่อโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานฝ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 4,830 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปิดตลาด (29 ก.พ.67) อยู่ที่ระดับ 13.80 บาท ลบ 0.20 บาท หรือ 1.43% สูงสุดที่ระดับ 14 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.05 ล้านบาท

บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ รายงานผลประกอบการประจำปี 2566 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 288.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.45% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 205.49 ล้านบาท เป็นผลมาจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 2,284.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4% โดยเป็นผลจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 15 สาขาเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งรวมถึงการขยายกลุ่มฐานลูกค้าแบรนด์ L.A.B.X เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างๆ มากขึ้น การลงทุนในยาและอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์เพิ่มเติมเพิ่มบริการที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งการเติบโตของรายได้จากแผนกศัลยกรรมตกแตงที่มีการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 8,690 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปิดตลาด (29 ก.พ.67) อยู่ที่ระดับ 39.50 บาท ลบ 2.50 บาท หรือ 5.95% สูงสุดที่ระดับ 40.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 39 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 104.84 ล้านบาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 ของ KLINIQ เติบโตต่อเนื่อง  โดยประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจาก 1) รายได้รวมเติบโต 19% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากเศรษฐกิจที่ขยายตัว และยอดสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 10% รวมถึงเพิ่มบริการการขยายแบรนด์และสาขา 2) ค่าใช้จ่าย SG&A to total sales ปรับตัวลดลงจาก economy of scale

Back to top button