BKGI เทรดสนั่น! ลุ้นวิ่งแตะ 2.70 บาท ชูจุดแข็ง Sunrise Industry จ่อบุกตลาดอาเซียน

BKGI ลั่นระฆังเทรดวันนี้ ชูจุดแข็งอยู่ใน Sunrise Industry ลุยขยายพันธมิตรมหาวิทยาลัย-รพ.ทั่วประเทศ บุกตลาดอาเซียน หนุนผลงานโตกระฉูด โบรกเคาะเป้าสูงสุด 2.70 บาท มั่นใจหลังระดมทุนหนุนศักยภาพธุรกิจ ดันผลงานโตก้าวกระโดด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 มี.ค.67) หลักทรัพย์ บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI เตรียมเข้าจดทะเบียนและทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก ในหมวดบริการ/การแพทย์ โดย BKGI ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 160,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาหุ้นละ 1.63 บาท

ด้าน ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BKGI เปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าวันนี้ BKGI จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เนื่องจากอยู่ใน Mega Trend โลก เป็นธุรกิจเทคโนโลยีไบโอเทครายแรกของไทยที่เข้าตลาดหุ้น และการแพทย์จีโนมิกส์ ถือเป็น Sunrise Industry เป็น New S-Curve ของอุตสาหกรรมทางการแพทย์ และเป็นธุรกิจที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง ซึ่ง ณ สิ้นปี 2566 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ระดับ 47.31% โดยภายหลังการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ หนุนผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

BKGI เตรียมขยายความร่วมมือร่วมกับพันธมิตรมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า พร้อมรุกตลาดในภูมิภาคอาเซียน ผลักดันรายได้โตก้าวกระโดด รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความใส่ใจกับการดูแลรักษาสุขภาพ ผ่านศาสตร์การแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics) ดร.เสาวลักษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ BKGI ดำเนินธุรกิจห้องปฏิบัติการ และให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ เริ่มต้นจากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดาด้วยวิธี Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) ภายใต้แบรนด์ NIFTY ของ BGI Genomics Co., Ltd. (BGI Genomics) บริษัทในกลุ่ม BGI และขยายขอบข่ายให้บริการตรวจวิเคราะห์อย่างครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ได้แก่ การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT-A), การตรวจคัดกรองกลุ่มยีนมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (SENTIS) และการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง (COLOTECT)

โดยมีลักษณะการดำเนินธุรกิจแบ่งเป็น 2 ประเภท 1) ธุรกิจการให้บริการแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.1) การตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ (Reproductive Health Testing services) 1.2) การตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อ (Infectious Related Testing services) 1.3) การตรวจคัดกรองอื่นๆ (Other Testing services) 1.4) การให้บริการงานด้านเทคโนโลยี (Tech Solution services) 2) การจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นๆ (Other Products)

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) มั่นใจว่า BKGI จะเป็นหุ้นธุรกิจใหม่ในหมวดบริการ/การแพทย์ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง BKGI ถือเป็นธุรกิจแห่งการแพทย์อนาคต มีกลุ่ม BGI ผู้นำด้านงานวิจัยและเทคโนโลยีพันธุศาสตร์ระดับโลกเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่มีเทคโนโลยี และนวัตกรรมของตัวเอง ซึ่งมีแผนผลักดันให้บริษัทเป็น Flagship รุกตลาดในภูมิภาคอาเซียน รองรับการเติบโตของการแพทย์จีโนมิกส์

BKGI ถือเป็นหุ้นเทคโนโลยีไบโอเทครายแรกของไทยที่เข้าระดมทุนในตลาดหุ้น ที่มีจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี การถ่ายทอดองค์ความรู้จากกลุ่ม BGI ซึ่งเป็นทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ มีห้องปฏิบัติการสามารถรองรับการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การให้บริการตรวจคัดกรองครอบคลุมทุกช่วงอายุ ทำให้มีโอกาสเติบโตจากการขยายฐานลูกค้าที่เปิดกว้าง และที่สำคัญ BKGI มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแกร่งมาก ไม่มีหนี้ที่เป็นภาระดอกเบี้ยกับสถาบันการเงิน ดังนั้นเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ พร้อมที่จะนำไปใช้ในการขยายการลงทุน ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน” นายสมภพ กล่าว

บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ของ BKGI จะโตแรง 81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานต่ำ และคาดกำไร 3 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 21% โดยจุดแข็งของบริษัท คือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือไบโอเทคระดับโลกสัญชาติจีนอย่างกลุ่ม BGI ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ ถือเป็น Lift Science Corporation อันดับ 1 ในเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับ 5 ของโลก

ทั้งนี้ ประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ ที่ 2.70 บาท อิง DCF สามารถ Implied เป็น Target PE ที่ 30 เท่าตํ่ากว่า PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังของกลุ่มโรงพยาบาลในไทย และบริษัทระดับโลกกลุ่ม NGS ที่ 34.80 เท่า และ 40.60 เท่า และด้วยแนวโน้มกำไรในอนาคตของ BKGI ที่สูงกว่า ซึ่งคิดเป็น PEG ที่ 1.4 เท่า ยังตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่ม NGS ระดับโลกที่ 3.40 เท่า และ 2.20 เท่า ตามลำดับ

บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า คาดการณ์ผลประกอบการในช่วงปี 67 จะเติบโตโดดเด่น โดยมีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น จนเป็น Mega Trend ของโลก การแพทย์จีโนมิกส์นับเป็น New S-Curve ที่สำคัญของวงการแพทย์ การให้บริการ IVF กลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

ประกอบกับชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวเอเชีย ที่มีความเชื่อเรื่องของบุตรที่เกิดปีมังกรทอง โดยประมารการรายได้ปี 67 อยู่ที่ 350.2 ล้านบาท เติบโต 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมคาดกำไรสุทธิที่ 51.7 ล้านบาท เติบโต 61.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ประเมินราคาเหมาะสมปีนี้ของ BKGI ราว 2.52 บาทต่อหุ้น โดยใช้ Prospective PER ที่ระดับ 28.1 เท่า คำนวณเป็นราคาเหมาะสมของปีนี้

ด้าน บล.เคจีไอ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทเนื่องจากความต้องการใช้บริการตรวจคัดกรองและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แม้ได้ผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ไปแล้ว คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า

โดยคาดว่าจะทำกำไรสุทธิได้ 52 ล้านบาทในปีนี้ หากพิจารณาผลการดำเนินงานที่ไม่มีส่วนของโควิด ในช่วงปี 63 จะพบว่ามีกำไร 10.70 ล้านบาท ปี 64 ที่ 35.20 ล้านบาท และ 19.50 ล้านบาท ในปี 65 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ทางด้าน genomics ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาว

พร้อมประเมินมูลค่าเหมาะสมของ BKGI สำหรับ 67 ไว้ที่ 2.50 บาท อย่างไรก็ตาม BKGI ยังคงมีแนวโน้มสถานะการเงินแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นบริษัทที่มีฐานะเป็นเงินสดสุทธิ

Back to top button