LTS จ่อขายไอพีโอ 55 ล้านหุ้น เทรด mai ไตรมาส 2 นี้! ระดมทุนขยาย “โชว์รูม-โกดัง”

LTS ผู้นำอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่างครบวงจร เตรียมเสนอขาย IPO จำนวน 55 ล้านหุ้น เข้าตลาด maiไตรมาส 2/67 ระดมทุนขยายโชว์รูม-โกดัง และ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจสำหรับโครงการขนาดใหญ่และสินค้าด้านเทคโนโลยี IOT


นายภัฏ ตรัสโฆษิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ LTS เปิดเผยว่า บริษัทฯเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ติดตั้งและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงงานออกแบบระบบเทคโนโลยีควบคุมอุปกรณ์ Internet of Things (IOT) ชั้นนำของประเทศไทย

ล่าสุด LTS ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 55 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 26.62% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้  โดยมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคภายในไตรมาส 2/2567

สำหรับการเสนอขายหุ้นไอพีโอมี บริษัท ออพท์เอเซีย แคปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท (FA) ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดจำหน่ายและประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์

โดย LTS จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และขยายโชว์รูม รวมทั้งโกดังสินค้า เพื่อขยายกิจการให้มีความแข็งแกร่งขึ้น รองรับการขายสินค้าแก่โครงการขนาดใหญ่ของบริษัทฯ ได้แก่ สวนสาธารณะอัจฉริยะ โครงการ smart pole, โครงการ smart city, และ โครงการ smart street light ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการการขายอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์เสริมสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง เช่น โคมไฟฟ้า ไฟสปอตไลท์ ไฟเพื่อการตกแต่ง แก่ลูกค้า 3 กลุ่มหลักคือ 1) ลูกค้าสถาปนิกหรือผู้รับเหมา 2) ลูกค้าโครงการรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและเอกชนขนาดใหญ่ และ 3) ลูกค้าค้าส่งและค้าปลีก ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทาง พนักงานขายและ ช่องทางออนไลน์

ขณะที่โครงสร้างรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในปี 2564 – 2566  พบว่า ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมประมาณ 163 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 0.72 ล้านบาท ส่วนใหญ่ร้อยละ 77.04 เป็นรายได้มาจากการจัดจำหน่าย

ให้กลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาหรือสถาปนิก ร้อยละ 12.28 จากการจำหน่ายลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ และร้อยละ 10.68 เป็นรายได้จากลูกค้า Retail/Wholesale

ต่อมาในปี 2565 มีรายได้รวมประมาณ 232 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 15.01 ล้านบาท  ซึ่งร้อยละ 60.95 มาจากกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาหรือสถาปนิก ร้อยละ 37.48 มาจากลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ และร้อยละ 1.5  จากลูกค้า Retail/Wholesale

ส่วนในปี 2566 มีรายได้รวม 227 ล้านบาท และกำไร 31.43 ล้านบาท ร้อยละ 50.37 มาจากกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาหรือสถาปนิก ร้อยละ 40.83 มาจากลูกค้าโครงการขนาดใหญ่  ร้อยละ 8.45 จากลูกค้า Retail/Wholesale  โดยในปี 2566 เป็นปีแรกที่มีรายได้จากธุรกิจ IT Solutions เข้ามา ร้อยละ 0.36 ซึ่งกำไรของบริษัทในช่วง 2564 – 2566 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันในปี 2567 บริษัทมี Backlog รับรู้รายได้ประมาณร้อยละ 100 ของรายได้ในปี 2566 โดยคาดการณ์ว่าจะมาจากโครงการสวนสาธารณะอัจฉริยะซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องของบริษัท นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

“LTS ดำเนินธุรกิจด้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่างมานานกว่า 14 ปี ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกกลุ่มทั้งจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และลูกค้าผู้ใช้งานทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทฯไม่เพียงพัฒนาด้านเทคโนโลยีเท่านั้น ยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรอย่างมีคุณภาพ เชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อนโยบายการเป็นศูนย์กลางการบริการแบบครบวงจร (One Stop Service) ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ขาย ติดตั้ง บริการหลังการขาย และออกแบบอุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างการเติบโตทำกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยังได้ขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไรต่อลูกค้าของบริษัทฯอย่างยั่งยืน กับการลงทุนขยายธุรกิจทางด้าน IT Solution เพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิมอีกด้วย”  นายภัฏ กล่าว

นายภัฏ ตรัสโฆษิต กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯได้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาระบบการจัดการระบบไฟและควบคุมอุปกรณ์ Internet of Things (IOT) ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีโครงการขนาดใหญ่เฉลี่ยปีละ 1-2 โครงการ เช่น โครงการไฟรั้วโซลาร์เซลล์ IOT จากกรมท่าอากาศยานในปี 2563, โครงการ AOT สนามบินสุวรรณภูมิ Phase II ในปี 2564, และโครงการสวนสาธารณะอัจฉริยะ ในปี 2565 ซึ่งปัจจุบันยังมีโครงการ smart city โครงการ smartpole ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานเตรียมความพร้อม  โดยจากการที่ LTS เป็นหนึ่งในผู้นำด้านจำนวนการขายเสาไฟอัจฉริยะในประเทศไทย จะช่วยให้บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตจากการขายสินค้ากลุ่ม smart pole สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการและการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอีกด้วย

นอกจากนี้ LTS ยังมีการพัฒนาและต่อยอดใน ด้านความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จากโครงการในอนาคตสำหรับ IT Solution ในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาและจำหน่ายชุดคำสั่งต่าง ๆ ให้แก่องค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน โดยมีการบริการแบบครบวงจร ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่

1) ด้าน Subscription เป็นการซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรมมาเพื่อจัดจำหน่ายต่อเพื่อให้ลูกค้าสมัครใช้บริการในรูปแบบรายเดือนหรือรายปี

2) Software Development เป็นการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาจากทีมงานของบริษัทซึ่งจะมีทั้งการขายสิทธิ์โปรแกรมให้แก่ลูกค้าหรือการให้เช่าใช้โปรแกรม

3) General Service เป็นบริการให้คำแนะนำในการใช้โปรแกรมที่บริษัทให้บริการ รวมถึงการบริการอบรมพนักงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรวมอยู่ด้วย

Back to top button