CAAT คุมเข้มใช้โดรน ยกระดับมาตรการรับมือเหตุปะทะ ไทย–กัมพูชา 7 จังหวัด

CAAT ออกประกาศฉบับที่ 13 ยกระดับมาตรการควบคุมการใช้งานโดรน ห้ามบินในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง ครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่ปฏิบัติการ มีผลตั้งแต่ 20 ธ.ค.68


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ธ.ค.68) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศฉบับที่ 13 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา” โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

โดยก่อนหน้านี้ CAAT ได้ออกประกาศฉบับที่ 12 กำหนดห้ามทำการบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนและพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการ เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยด้านการบิน อย่างไรก็ตาม จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการบังคับใช้ประกาศฉบับดังกล่าว พบว่าสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชามีแนวโน้มทวีความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานด้านความมั่นคง

ด้วยเหตุนี้ CAAT จึงเห็นสมควรยกระดับมาตรการควบคุมการใช้งานโดรนของพลเรือนให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยกำหนดพื้นที่ห้ามบินเด็ดขาด ได้แก่ พื้นที่ที่มีการวางกองกำลังหรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับจังหวัดใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่ที่มีการวางกองกำลังหรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับอำเภอ ได้แก่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

นอกจากนี้ ยังรวมถึงพื้นที่ที่หน่วยงานปกครองและหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับการประสานให้ประกาศห้ามเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ในรัศมี 9 กิโลเมตร หรือ 5 ไมล์ทะเล รอบสนามบินที่กำหนด ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ

สำหรับเงื่อนไขในการทำการบิน ผู้ใช้งานโดรนต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและขึ้นทะเบียนตัวโดรนกับ CAAT ให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมยื่นคำขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือเว็บไซต์ uasportal.caat.or.th โดยต้องปฏิบัติการบินที่ความสูงไม่เกิน 90 เมตร หรือ 300 ฟุต เหนือพื้นดิน และสามารถทำการบินได้ในช่วงเวลา 06.00–18.00 น.

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องบินในช่วงเวลา 04:01–05:59 น. หรือ 18:01–24:00 น. ผู้ใช้งานต้องยื่นคำขอปฏิบัติการที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนดต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal หรือเว็บไซต์ uasportal.caat.or.th โดยห้ามทำการบินในช่วงเวลา 00:01–04:00 น. ทุกกรณี

เมื่อได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการบินแล้ว ก่อนการบินทุกครั้ง ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งข้อมูลพื้นที่ที่ทำการบิน วัน เวลา และวัตถุประสงค์การบินต่อ CAAT ผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal รวมถึงแจ้งต่อศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) ทางอีเมล [email protected] ทั้งนี้ การปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนด ต้องยื่นคำขออนุญาตและเอกสารเพิ่มเติมต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal

สำหรับโดรนของหน่วยงานราชการ ได้แก่ ทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เฉพาะโดรนของกรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากมีการบินในพื้นที่ห้ามบิน ขอความร่วมมือให้แจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่าน UAS Portal หรือเว็บไซต์ uasportal.caat.or.th รวมถึงแจ้งต่อศบตอ.น. ทางอีเมล [email protected] และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงซึ่งฝ่าฝืนตามประกาศฉบับนี้ ขอให้แจ้งข้อมูล ได้แก่ วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน รวมถึงภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็ว ผ่านช่องทาง ได้แก่ กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-568-8851 หรืออีเมล [email protected] ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โทรศัพท์ 02-126-7846 หรืออีเมล [email protected] รวมถึงสถานีตำรวจ หน่วยทหาร หรือหน่วยงานความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ

Back to top button