
“ฐกฤต”ชี้ SET โค้งท้ายปีสดใส แนะลงทุน 3 หุ้นเด่นธีมเลือกตั้ง
“บล.กรุงศรี” ประเมินตลาดหุ้นไทยช่วงโค้งสุดท้ายของปีมีแนวโน้มปรับขึ้น รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง ท่องเที่ยวฟื้น และความชัดเจนเลือกตั้ง พร้อมชู 3 หุ้นเด่น GULF, CPALL และ PYLON เด่น
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (22 ธันวาคม 2568) ว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดต่างประเทศ และในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ยังคงมองทิศทางเชิงบวก โดยอ้างอิงสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมาซึ่งพบว่าตลาดหุ้นไทยมักปรับเพิ่มขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ด้วยค่าเฉลี่ยประมาณ 1.50%
โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศที่เป็นบวกมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่อนคลายประเด็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากสงครามการค้า ขณะเดียวกัน ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อระยะ 1–2 ปีของสหรัฐปรับชะลอลง เอื้อต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงในปีหน้า ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐและเอเชียปรับตัวขึ้น และคาดว่าจะเชื่อมโยงเชิงบวกมายังตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีโอกาสเป็นผู้นำตลาดในระยะสั้น
ด้านปัจจัยในประเทศ นายฐกฤต ระบุว่า ความคืบหน้าการหารือเพื่อลดความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หากออกมาในเชิงบวก จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวม ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงสัญญาณบวกจากนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ประเมินว่าภาคบริการจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2569
อย่างไรก็ตาม แม้ค่าเงินบาทจะมีทิศทางแข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทบกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว แต่ยังมองว่าน้ำหนักหลักอยู่ที่ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งมีโอกาสเร่งตัวทั้งในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายหลัก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายฐกฤต มองว่า “ธีมการเลือกตั้ง” จะเป็นธีมหลักของปี 2569 หากกระบวนการเลือกตั้งเป็นไปตามกรอบเวลา มีโอกาสที่หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ การเงิน ค้าปลีก และกลุ่มที่ถูกกดดันในช่วงก่อนหน้า เช่น รับเหมาและโรงไฟฟ้า จะเริ่มกลับมาได้รับความสนใจตั้งแต่ปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้าในลักษณะการเก็งกำไรเชิงบวก
ส่วนในเชิงรายตัว หุ้นค้าปลีกที่โดดเด่นคือ CPALL ที่อยู่ในระดับมูลค่าต่ำและได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงยังคงน่าสนใจ ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าแนะนำหุ้น GULF ที่ราคายังอยู่ในโซนมูลค่าต่ำ โดยมองการลงทุนในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากได้แรงหนุนจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลง เงินบาทแข็งค่า และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง สำหรับกลุ่มรับเหมา แนะนำเลือกหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มเสาเข็มซึ่งอยู่ในช่วงฟื้นตัวของอุตสาหกรรม เช่น PYLON ได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่ลดลง และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ปีละประมาณ 8-9%

