“หุ้นเอเชีย” ผันผวน จับตาคำวินิจฉัยศาลฎีกาสหรัฐ-ตัวเลขการค้าจีน

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดเช้านี้เขียวสลับแดงตามแรงกดดันจากวอลล์สตรีท หลังผู้บริหารธนาคารสหรัฐเตือนนโยบายเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตของทรัมป์กระทบผู้บริโภค ขณะที่นักลงทุนจับตาคำวินิจฉัยศาลฎีกาสหรัฐฯ และข้อมูลการค้าจีน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดการซื้อขายในวันนี้ (14 มกราคม) เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง โดยบางตลาดปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวลดลงในวันอังคาร (13 มกราคม) หลังผู้บริหารธนาคารเจพีมอร์แกน ซึ่งรวมถึงนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออกมาเตือนว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 1 ปี อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคในวงกว้าง

สำหรับการเปิดตลาดในภูมิภาค ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,827.24 จุด เพิ่มขึ้น 278.08 จุด หรือร้อยละ 0.52 ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,971.97 จุด เพิ่มขึ้น 123.50 จุด หรือร้อยละ 0.46 ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,138.65 จุด ลดลง 0.11 จุด หรือร้อยละ 0.003 ดัชนีโคสปีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.37 ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี/เอเอสเอ็กซ์ 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับลดลงร้อยละ 0.07

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาศาลฎีกาสหรัฐฯ ซึ่งเตรียมประกาศคำวินิจฉัยในหลายคดีสำคัญภายในวันนี้ โดยอาจรวมถึงคดีเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นคดีที่ได้รับความสนใจสูง เนื่องจากมีผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความกังวลว่า หากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรดังกล่าว สหรัฐอเมริกาอาจต้องคืนเงินภาษี รวมถึงจ่ายเงินชดเชยให้กับประเทศและบริษัทต่าง ๆ ที่อาจเรียกร้องสูงถึงระดับหลายล้านล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังเฝ้าติดตามการเปิดเผยข้อมูลการค้าของจีนในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยสำนักงานศุลกากรจีนจะรายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าประจำเดือนธันวาคมในช่วงเช้าวันนี้

Back to top button