“อินเดีย–ยูเออี” เซ็น LNG มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ดันการค้า–กลาโหมแน่นแฟ้น

อินเดียและยูเออี ลงนามสัญญา LNG มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างการหารือระดับผู้นำ เดินหน้าดันการค้าเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์ใน 6 ปี พร้อมยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหมเชิงยุทธศาสตร์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เชค มุฮัมมัด บิน ซัยยิด อัลนะฮ์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี (UAE) ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ร่วมกับ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย

การลงนามมีขึ้นระหว่างการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายหารือระดับผู้นำเพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้าและกลาโหม ส่งผลให้อินเดียก้าวขึ้นเป็น ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของยูเออีในตลาด LNG

ทั้งสองประเทศยังให้คำมั่นจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่า สู่ระดับ 200,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 6 ปี พร้อมเดินหน้าจัดตั้ง หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านกลาโหม ร่วมกัน

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ADNOC Gas รัฐวิสาหกิจก๊าซของยูเออี จะจัดส่ง LNG ปริมาณ 0.5 ล้านเมตริกตันต่อปี ให้แก่ Hindustan Petroleum Corp ของอินเดีย เป็นระยะเวลา 10 ปี โดย ADNOC Gas ระบุว่า สัญญาล่าสุดทำให้ มูลค่าสัญญารวมกับอินเดียเพิ่มขึ้นเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ และย้ำว่าอินเดียเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อแผนธุรกิจ LNG ของบริษัท

ทั้งนี้ ยูเออีเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของอินเดีย และการเยือนครั้งนี้มีคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลยูเออีเข้าร่วม รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศ

ด้าน วิกรม มิสรี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศได้ลงนามใน หนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) เพื่อยกระดับความร่วมมือสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านกลาโหม พร้อมย้ำว่า การลงนามดังกล่าว ไม่หมายความว่าอินเดียจะเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเสถียรภาพเท่านั้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตาท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง หลังปากีสถานกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับซาอุดีอาระเบียและตุรกี ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและยูเออีมีความเห็นต่างด้านนโยบายระดับภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นเยเมนและโควตาการผลิตน้ำมัน

Back to top button