RT กางเป้าปี 69 รายได้แตะ 3.9 พันลบ. ลุยประมูลงานใหม่ 2.2 หมื่นล. ดันแบ็กล็อกโตแกร่ง

RT ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 69 โต 10% แตะ 3.9 พันล้านบาท เดินหน้าประมูลงานใหม่ 2.2 หมื่นล้าน พร้อมแผนลดภาระหนี้ เสริมสภาพคล่อง และวางเป้า 3 ปีมีกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท


นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจหลักด้านงานอุโมงค์เป็นสำคัญ ควบคู่กับงานก่อสร้างเขื่อน งานโรงไฟฟ้า และงานโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง โดยในปีปัจจุบันให้ความสำคัญกับงานออกแบบ งานซ่อมบำรุง และงานบำรุงรักษาอุโมงค์ โดยเฉพาะอุโมงค์ระบบสาธารณูปโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อใช้งานครบอายุประมาณ 10–15 ปี จำเป็นต้องมีการซ่อมแซมและวางแผนบำรุงรักษา บริษัทจึงเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทางธุรกิจดังกล่าวไว้แล้ว

โดยระยะยาวบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการนำพลังงานความร้อนใต้พิภพมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ เนื่องจากมองว่าเป็นพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพ โดยได้เริ่มร่วมงานกับพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมต่อยอดองค์ความรู้และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

สำหรับปี 2568 บริษัทได้รับงานใหม่หลายโครงการ อาทิ โครงการคลองส่งน้ำต้า มูลค่าประมาณ 894 ล้านบาท และโครงการที่ได้รับอนุมัติเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่รวมมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ครอบคลุมงานอุโมงค์รถไฟและระบบรางประมาณ 6,500 ล้านบาท งานอุโมงค์ระบายน้ำประมาณ 7,500 ล้านบาท งานอุโมงค์ถนนประมาณ 6,000 ล้านบาท รวมถึงงานอุโมงค์ระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน ซึ่งมีผู้รับเหมาที่มีคุณสมบัติเข้าดำเนินงานได้จำกัด

นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าจะมีรายได้จากงานเปลี่ยนสายอากาศเป็นสายใต้ดิน งาน Pipe Jacking และ HDD ประมาณ 500 ล้านบาท งานโรงไฟฟ้าและเขื่อนประมาณ 200 ล้านบาท งานบำรุงรักษาเขื่อนราว 100 ล้านบาท และงานซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี

ด้านผลประกอบการ บริษัทประเมินว่ารายได้ปี 2569 จะเติบโตประมาณร้อยละ 10 จากปีก่อน มาอยู่ที่ราว 3,900 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากงานในมือเดิม ขณะที่บริษัทได้ปรับยุทธศาสตร์เพิ่มสัดส่วนการรับงานในฐานะผู้รับเหมาหลัก จากประมาณร้อยละ 16 ในอดีต เป็นร้อยละ 35 ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2569 เพื่อเสริมความมั่นคงทางธุรกิจและลดความเสี่ยงด้านการเงิน

โดยปัจจุบันงานในมือใหม่ที่บริษัทเป็นผู้รับเหมาหลัก อาทิ โครงการอุโมงค์แม่แตง–แม่งัด สัญญาที่ 2 มูลค่า 2,800 ล้านบาท โครงการอุโมงค์ระบายน้ำคลองสวนอ้อย มูลค่าประมาณ 900 ล้านบาท และโครงการเปลี่ยนสายอากาศเป็นสายใต้ดินร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง มูลค่า 550 ล้านบาท ขณะที่งานในรูปแบบกิจการร่วมค้ามีมูลค่ารวมประมาณ 800 ล้านบาท

บริษัทเปิดเผยความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการ “Jump+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี โดยมุ่งยกระดับกลยุทธ์ธุรกิจ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้แผนระยะ 3 ปี บริษัทตั้งเป้าให้ความสำคัญกับผลกำไรสุทธิมากกว่าการเพิ่มมูลค่างานในมือ โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี จะมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

ด้านการบริหารการเงิน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด ผ่านการควบคุมต้นทุนโครงการ การเร่งรัดการส่งมอบงาน การปรับปรุงวงจรเงินสด และการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเหมาะสม โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 3.67 เท่า ณ สิ้นปี 2567 เหลือ 3.53 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนลดลงมาอยู่ที่ 2.04 เท่า สะท้อนความสำเร็จในการบริหารหนี้

ทั้งนี้ ในส่วนของหุ้นกู้บริษัทสามารถชำระคืนตามกำหนดได้ครบถ้วน โดยในปี 2569 มีหุ้นกู้ครบกำหนดรวมประมาณ 511 ล้านบาท และได้เตรียมแผนการระดมทุนรองรับไว้แล้ว คาดว่าภาระหุ้นกู้จะลดลงเหลือประมาณ 400 ล้านบาท และทยอยหมดภาระในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับกรอบเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงานใหม่ จากเดิมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 12 เป็นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 16 เพื่อยกระดับคุณภาพการรับงานและความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับกลยุทธ์การคัดเลือกงานที่เหมาะสมกับศักยภาพของบริษัท

Back to top button