“กรุงศรี” ชี้ SET แกว่ง “Sideways” จับตาผลเลือกตั้ง–งบ Q4/68 ชู AWC-CENTEL-BDMS เด่น

บล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่ง “Sideways” กรอบ 1,324–1,377 จุด ปัโดยมีปัจจัยชี้นำหลักจากผลการเลือกตั้งในประเทศ ควบคู่การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 พร้อมแนะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและภาคบริการเป็นธีมหลักของการลงทุน ชู AWC-CENTEL-BDMS เด่น


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้(9-13ก.พ.69)มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ “Sideways/Up” โดยให้แนวต้านที่ระดับ 1,364–1,377 จุด และแนวรับที่ 1,337–1,324 จุด ปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดที่มีน้ำหนักสูงสุดยังคงอยู่ที่ผลการเลือกตั้งภายในประเทศ ควบคู่กับการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่

ในกรณีฐาน บล.กรุงศรีคาดว่าผลการเลือกตั้งจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมจาก 2 ใน 3 พรรคหลักที่มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ด้วยเสียงสนับสนุนประมาณ 275 ± เสียง ซึ่งสะท้อนภาพรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในระดับปานกลาง และปรับดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้าที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่งผลเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุน

ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานด้านผลประกอบการ โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะออกมาดีหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว รวมถึงหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและภาคบริการ ซึ่งถือเป็นนโยบายร่วม (Consensus Policy) ที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรีแนะนำให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและบริการ อาทิ CENTEL, AWC, BDMS และ BH ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเร่งตัว รวมถึงหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่คาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะฟื้นตัวหรือเริ่มเห็นสัญญาณ Bottom Out เช่น PTTGC, GULF, SPRC, TOP และ MINT

ทั้งนี้ หุ้นเด่นประจำสัปดาห์ที่บล.กรุงศรีแนะนำ ได้แก่ AWC, CENTEL และ BDMS ขณะที่หุ้นเด่นสัปดาห์ก่อนหน้าอย่าง ADVANC, KTC และ CENTEL ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.24% สูงกว่า SET Index ซึ่งให้ผลตอบแทน 2.14%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาด ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เงินเฟ้อจีน ผลการเลือกตั้งญี่ปุ่น รายงาน GDP ไตรมาส 4 ของสหภาพยุโรป รวมถึงปัจจัยในประเทศอย่างผลการเลือกตั้ง การรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ การปรับน้ำหนักดัชนี MSCI และทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งสัปดาห์ล่าสุดพบว่าเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดไทยสุทธิ แม้ภาพรวมภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังเผชิญเงินทุนไหลออกก็ตาม

Back to top button