
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ก.พ.69
ดาวโจนส์ปิดบวกสวนทาง S&P500-Nasdaq ที่ร่วงหลังยอดค้าปลีกต่ำคาด ด้านน้ำมัน-ทองกอดคอลบ นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด ส่วนยุโรปปิดทรงตัวไร้ทิศทางจากแรงกดดันหุ้นพลังงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร (10 ก.พ.) ในขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ ภายหลังจากที่นักลงทุนซึมซับรายงานยอดค้าปลีกที่ออกมาน่าผิดหวัง ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,188.14 จุด เพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,941.81 จุด ลดลง 23.01 จุด หรือ -0.33% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,102.47 จุด ลดลง 136.20 จุด หรือ -0.59%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันอังคาร (10 ก.พ.) หลังจากนักลงทุนประเมินข้อมูลจากภาคธุรกิจที่ออกมาคละเคล้ากัน โดยปัจจัยลบจากการที่ BP ตัดสินใจระงับโครงการซื้อหุ้นคืนได้เข้ามาหักล้างแรงบวกจากหุ้นกลุ่มยานยนต์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการเชิงบวกของ Ferrari ส่งผลให้ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 620.97 จุด ลดลง 0.44 จุด หรือ -0.07% ด้านดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,327.88 จุด เพิ่มขึ้น 4.60 จุด หรือ +0.06%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,987.85 จุด ลดลง 27.02 จุด หรือ -0.11% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,353.84 จุด ลดลง 32.39 จุด หรือ -0.31%
สำหรับตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงในวันอังคาร (10 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันหลังจากหุ้น BP ร่วงลงจากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันรายนี้ประกาศระงับโครงการซื้อหุ้นคืน ในขณะที่หุ้น Standard Chartered ปรับตัวร่วงลงเช่นกัน ภายหลังจากธนาคารประกาศการลาออกของประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) ซึ่งส่งผลให้ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,353.84 จุด ลดลง 32.39 จุด หรือ -0.31%
ด้านตลาดน้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (10 ก.พ.) ท่ามกลางการจับตาของนักลงทุนต่อสถานการณ์การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมทั้งติดตามความพยายามในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน นอกจากนี้ ตลาดยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจและรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.62% ปิดที่ 63.96 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.35% ปิดที่ 68.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ในส่วนของตลาดทองคำ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (10 ก.พ.) โดยตลาดมีการปรับฐานเล็กน้อยก่อนที่สหรัฐฯ จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานและข้อมูลเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 48.40 ดอลลาร์ หรือ 0.95% ปิดที่ 5,031.00 ดอลลาร์/ออนซ์
นอกจากนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (10 ก.พ.) ภายหลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยยอดค้าปลีกที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.02% สู่ระดับ 96.799

